• Sony Clie PEG-TH55: first take

    Sony Clie PEG-TH55 – สวย หรูหรา สง่า กับการใช้งานจริง??(update: 13 May 2005)

    เรื่องของเรื่องก็คือ ได้ TH55 มานั่นแหละครับ ฮ่าๆ รุ่นที่เรียกได้ว่า palm ที่มีสีสันที่สุด เด่นที่สุดในเรื่องการออกแบบ เด่นที่สุดเพราะว่าตัวสุดท้ายของ Sony กับ Clie (55 VZ-90 ไม่เกี่ยวครับ หึหึ) เด่นที่สุดกับ Clie Organizer ที่หลายๆคนอยากใช้เนื่องจากทั้งสวย ทั้งน่ารัก แถมดึงความสัมพันธ์ระหว่างชุด PIM ต่างๆ เข้ากับ note ได้หมดเลย อืม… นั่นแหละครับ ที่พูดมาก็เพราะคิดอย่างนี้เหมือนหลายๆคน และในที่สุดก็ได้เจอตัวจริง.. 555 บอกได้คำเดียวว่า “ไม่อยากวางมันลงเลยหล่ะครับ”

    web ของ sony เค้าครับ #1 #2


    Spec


    อืม… review ทั้งทีถ้าไม่มี spec ก็จะแปลกๆ เอาเป็นว่า copy จาก web sony มาให้ดูเล่นๆก่อนครับ เผื่อจะลืม ฮ่าๆ <p>Model Name
    PEG-TH55 <p>OS
    Palm OS 5 (ver. 5.2) English <p>CPU
    Sony Handheld Engine™ <p>Memory (RAM)
    32MB (User area 32MB) <p>Memory (ROM)
    32MB <p>Interface
    • USB for HotSync Interface (18 pin) • IrDA(1.2) • Memory Stick slot1 • Wireless LAN (IEEE 802.11b) <p>Display
    TFT colour display with Back Light, 480 x 320 dots, 65,536 colours <p>Others
    • Monaural speaker • Monaural microphone • Headphone stereo minijack • Jog Dial & Right/Left buttons • BACK button • REC LED • WLAN LED • Power LED • Memory Stick LED <p>Power Requirements
    DC 5.2V (with supplied AC adapter), 3.7V (with battery) <p>Battery System
    Lithium-ion polymer <p>Battery Life*2
    Approx. 15 days
    3/ 9 days4 <p>Dimensions (W x H x D)
    Approx. 73.3 x 121.5 x 15.7 (13.4)mm (Excluding hardcover) <p>Weight (including stylus)
    Approx. 185 (165)
    5g <p>Packaged Content
    • CLIÉ handheld • USB cable • Retractable stylus • AC adapter • AC cord • Plug adapter • Hand strap • Installation CD-ROM • Operating Instructions • Internet Connection Guide • Safety & Regulation Guide • Graffiti2 card • End User License Agreement • Registration notice • In-carton magazine

       เอาเป็นว่าที่เด่นๆ ก็ CPU ของมันหน่ะครับ ..ที่ไม่บอกความเร็ว.. แต่รู้สึกว่าจะเปลี่ยนไปตาม application ที่ใช้ ฮ่าๆ แล้วก็ทำได้ดีด้วยซิครับ เลยกลายเป็นจุดเด่นนึงที่เรียกว่า แบตอึดมากๆครับ เป็นสิ่งที่ palm ใหม่ๆขาดหายไป แต่เจ้านี่ทำได้ 55 อย่างอื่นก็คงเป็น wifi, จอย๊าวยาว.... แล้วก็มีกล้องด้วยซิ อืมม นั่นแหละครับ spec ของมัน ดูดีทีเดียว แม้มันจะขาด bluetooth ไป...ก็เถอะ (มีแต่ในยุโรปให้คนที่อื่นเคืองเล่นทำไมเนี่ย -_-")

    Design & Material
       ว่าด้วยเรื่องการออกแบบของ TH55 คงไม่มีใครกล้าจะบอกว่าไม่สวยละมั้งครับ วัสดุที่ใช้ก็ ฮ่าๆ งามทั้งรูปลักษณ์ และก็สมกับค่าตัวหล่ะครับ เดาๆว่าน่าจะใช้อลูมิเนียมสำหรับโครงทั้งหมดและก็เคลือบด้วยสีดำด้าน+สากๆ คงทำให้เกิดรอยขึ้นยากมากหล่ะครับ ด้านบนก็มีที่ใส่สายคล้องข้อมือไว้กันหลุดหล่ะครับ อืม เป็นการออกแบบสำหรับ clie ทุกรุ่นเหมือนๆกันจริงๆ ส่วนตามแผ่นหลัง ก็จะมีปุ่มๆที่กล้องเพื่อกันไม่ให้พื้นมาทำให้เป็นรอยมากหน่ะครับ เรียกว่าออกแบบได้ค่อนข้างละเอียดทีเดียวการวางของ TH55 ก็เลยค่อนข้างปลอดภัยระดับนึงหน่ะครับ แต่ทางทีดี 55 พยายามมีอะไรรองจะดีมาก หึหึ อ้อ อีกอย่างลำโพงมันดันอยู่ข้างหลังนี่ซิครับ ฮ่าๆ สงสัยจะเพราะว่าด้านหน้าไม่มีทีให้วางแล้วจริงๆ หรือถ้ามีวางก็ต้องใช้ buzzer แทนแน่เลย อย่างน้อยก็เล็กกว่า แต่กลัวเสียงไม่ดีเสียชื่อ sony หมดเลยวางไว้หลังซะเลย แต่ผมว่ามันก็เสียงดังใช้ได้นะครับ ไม่เหมือนเครื่องของ palmOne บางรุ่น หึหึ แทบไม่ได้ยินเสียงเลย

    ส่วนที่ปิดหน้าจอที่เค้าเรียกว่า hardcover ก็เป็น acrylic ใสสีเทาๆ ช่วยปิดกั้นหน้าจอจากการกระแทก แต่อันนี้ซิครับ ฮ่าๆ เกิดรอยง่ายเป็นบ้าเลยหล่ะครับ กะแค่คราบมันของมือก็ไม่รู้จะจัดการไงแล้วหล่ะครับ

    เรื่องการวางปุ่ม:   เรียกว่าเป็นเครื่องที่แปลกมากที่มีการวาง Jog Dial รวมทั้งปุ่ม back ไว้ข้างหลังซะงั้น! ปุ่มทั้ง 4 ปุ่มมาตรฐาน (ที่ไม่ค่อยใช้แบบปกติเท่าไหร่สำหรับ default ของ TH55) ก็วางซะล่างสุด ขอบเครื่องเลยทีเดียว คงเป็นเพราะ acrylic ที่ปิดหน้าจอทับจนหมดเลยกลัวจะกดไม่ได้มากกว่า และปุ่ม power+hole ปิดเปิดหน้ากล้อง รวมทั้งปุ่ม shutter ก็อยู่ริมซ้ายของตัวเครื่องทั้งหมด ซึ่งออกแบบอย่างนี้ทำให้การจับค่อนข้างจะไม่เหมือนชาวบ้านจริงๆครับ ไว้ค่อยไปคุยกันอีกทีในหัวข้อการใช้งานจริง~ ฮ่าๆ

       ความเนี๊ยบของ TH55 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ... มาดูที่ memory stick slot กัน เรียกได้ว่าออกแบบไว้เรียบร้อยมากๆ ถึงแม้จะดูลึกลับแต่ก็เปิดออกมาทั้งใส่และถอด memory stick ได้สะดวกทีเดียวครับ

    Infrared ก็ยังอยู่ในตำแหน่งบนๆ แต่อยู่มุมบนขวา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ต้องทำท่าประหลาดเวลา beam แต่อย่างใด ฮ่าๆ ส่วนปุ่ม reset นี่อยู่ซะด้านล่างติด connector เลย เวลาจิ้มต้องเล็งให้ดีๆ ถึงจะ reset ได้ ซึ่งจริงๆแล้วก็น่าจะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้พลาดไปโดนมันง่ายมั้งครับ (55 โคตรเข้าข้างเลยแฮะเรา)

    อืม ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมไม่ชอบเลยแฮะ เพราะว่าทั้ง sync ทั้ง charge ต้องเพิ่งเจ้าตัวเล็กๆตัวนี้ทั้งหมด เหอ-เหอ ทำแยกกันหน่อยน่าจะดีกว่านี้มากหน่ะครับ ไม่งั้นก็ทำ cradle จะไม่บ่นเลยซักคำ อิอิ แล้วก็หมดสำหรับรูปลักษณ์ภายนอกครับ


    All about built-in Software
       เรื่องนี้จะพูดแค่หลักๆ คือ Clie Organizer จะให้มาพูดไล่ทีละตัวมันก็ยังไงไม่รู้ ลองเข้าโปรแกรมแล้วจิ้มๆดู ก็น่าจะพอเข้าใจครับ ฮ่าๆ จะมาพูดกันจริงๆ ก็ต้องมาดูตั้งแต่ palmOS ของ TH55 ได้ทำการแบ่งส่วน memory ไว้ดังนี้ครับ
    Storage Heap: เป็นทั้ง 32 MB เต็มๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน (palmOne ที่จะมาแบ่งในส่วน RAM อีกทีหน่ะครับ)
    Dynamic Heap: 7.168 MB อันนี้..เอามาจากไหนหว่า ไม่ทราบได้ครับ ฮ่า ถ้าเอามาจาก ROM ก็น่าจะมีปัญหาภายหลัง ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ควรอยู่แล้วหน่ะครับ แต่จะเอาจาก RAM?? ซึ่งเป็น storage heap ทั้งหมดก็งงครับ 555 แต่จากที่เห็นก็สรุปได้ว่า spec ไม่เป็นรองใครหล่ะครับ dynamic heap ขนาดนี้ก็แพ้แค่ t|t3 เท่านั้นหล่ะครับ (จริงๆแล้ว clie เกือบทุกตัวก็มี dynamic heap ค่อนข้างเยอะหน่ะครับ ซึ่งผมว่าเป็นการกำหนดค่าที่ดีทีเดียวครับ)
       อืม ... จาก OS เรามาดูอีกเรื่องนึงก่อนที่จะเข้าเรื่องสำคัญครับ คือ Launcher ครับ ตัว TH55 นี่สรุปแล้วก็มีถึง 3 ตัวด้วยครับครับ (นี่ยังไม่ได้ลงอะไรเพิ่มนะครับ 55)

      1. Palm Launcher
      2. Clie Launcher - อันนี้ถ้าคนที่ใช้ clie อยู่ก็น่าจะชินกับมันครับ ซึ่งดูแล้วเป็นการออกแบบเพื่อใช้งาน Jog Dial ของตัวเองได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดครับ
      3. Clie Organizer - อันนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่โปรแกรม PIM แบบสุดยอด แต่ไม่ใช่ครับ มันคือ Launcher ทรงประสิทธิภาพต่างหาก

       จะขอพูดแต่ข้อ 3 นะครับ ซึ่ง th55 ออกแบบมาเพื่อมัน (ผมคิดอย่างนี้นะ ไม่ใช่ Clie Organizer ออกแบบเพื่อ TH55 แฮะ 55) มันก็เป็นจุดเด่นที่สุดของเครื่องนี้หล่ะครับ ซึ่งการทำงานของมันจะมีโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับตัวมันอยู่หลายโปรแกรมครับ ซึ่งก็คือ Datebook, Address, Todo, FreeNote, MemoPad, Viewer และ Application
          ซึ่งที่ทำเด่นไว้ใน 4 โปรแกรมแรกคือ จุดที่เรียกว่าเด่น และเหนือกว่าชาวบ้านครับ ถ้าไม่เคยจับก็คงไม่รู้ แค่ Todo ก็ทำให้เหนือกว่าชาวบ้านเลยครับ 555 อืม การทำงานของ TH55 จะว่าไปแล้วทุกอย่างขึ้นกับ clie organizer หล่ะครับ ซึ่งแม้กระทั่งปุ่ม home หรือรูปบ้านก็จะเป็นการเข้า clie organizer ตัวแรกซึ่งคือ datebook ครับ ทำให้พาลจะสับสนเอาได้ครับ อะไรของมันเนี่ย เข้า datebook อีกแล้ว ทุกอย่างก็ต้องขึ้นกับการปรับตัวครับ เพราะ th55 เค้าทำมาเพื่อ clie organizer อย่างว่าครับ อิอิ (ฮ่าๆ แต่จริงๆก็เปลี่ยนไปเข้า palm launcher ได้นะครับ เข้า menu หน้า application แล้วก็เปลี่ยนได้ครับ แต่พอเปลี่ยนก็แปลกๆอีกนั่นแหละ 55 กลายเป็นต้องสับไปสับมาระหว่าง launcher ตลอดเลย)

          ตามรูปจะเห็นได้ว่าเหมือน palm launcher ทั่วๆไป (ก็ตอนแรกก็เอ palm launcher ตัวใหม่เหรอเนี่ย 55) แต่ก็นั่นแหละครับ สิ่งที่แตกต่างคือ 8 shortcut ด้านล่างและจุดสำคัญของ clie organizer ซึ่งก็คือ แถบด้านขวามือหน่ะครับ โปรแกรมทั้งหมดที่มีเอี่ยวกะ launcher ตัวนี้ 55 โดยที่การจะเปลี่ยนโปรแกมทำได้ 2 วิธีครับ คือกด back แล้วเลื่อน jog ขึ้น-ลง จะทำให้เปลี่ยนโปรแกรมได้ และอีกวิธีคือปุ่ม 4 ปุ่มมาตรฐานหน่ะครับ ปุ่มที่ 3 นับจากขวาเป็นการเปลี่ยนโปรแกรมในนี้ครับ (อืม..ผมว่าตรงนี้ทำให้เสียปุ่มไปฟรีๆ 1 ปุ่มครับ ผมว่าเค้าออกแบบการใช้งานแย่ครับ)
          มาดูกันที่ application ตัวนี้ ไม่ได้มีดีอะไรเล้ยย แค่ทำให้เข้าโปรแกรมได้ ดูง่ายสไตล์ palm แต่การใช้งานแล้ว... ขอบอกว่า ขาดไปมากๆครับ คือ สวยแต่รูปจูปไม่หอมสุดๆ อย่างแรกคือกะแค่เขียนตัว T อยากเพื่ออยากจะไปที่ tealscript ก็นะ ทำไม่ได้ครับ พี่แกไม่ไปด้วยครับ (แหะๆนึกว่าเอ ปกติเค้าไม่ได้กันเหรอเนี่ย เลยออกไปที่ palm launcher ในเครื่องก็ใช้ได้นะครับ) แล้วก็ menu ทั้งหมด ไม่เหมือน palm launcher เลยครับ เลยทำอะไรไม่ได้แม้แต่ลบครับ.. คงได้แต่เพียงทำเป็น icon เล็ก ซึ่งผมไม่คิดจะใช้เพราะเหอๆ ไม่อยากเพ่งแฮะ
    ส่วนเรื่องการควบคุม: ถ้าคิดจะใช้ jog dial แทบตายแน่นอนครับ เพราะ jog จะเป็นการเลื่อนไปทางขวาแล้วค่อยเลื่อนบรรทัดๆไปเรื่อยๆครับ (แทนที่มันจะเลื่อนลงอย่างใน palm laucher) jog ซ้าย-ขวา เป็นการเปลี่ยนหน้า ดูเหมือนจะดี แต่ด้วยการใช้งานแบบไม่มี stylus บอกได้คำเดียวว่าเหนื่อยครับ -_-'

    Datebook

    Flash เกี่ยวกับ Clie Organizer #1 #2

          อืม มาดูในโปรแกรมชูโรงครับ ผมว่าตัวนี้ทำได้สวยมากๆน่าใช้มากๆครับ สามารถเขียนได้บนทุกที่ ไม่ว่าจะหน้า day view, week view หรือแม้กระทั่ง month view ก็เขียนได้ครับ ผมว่าอันนี้เป็นการออกแบบที่ทำให้สะดวกทีเดียวครับ อย่างน้อยก็เขียน short note ได้เร็วสุดๆหน่ะครับ แถมเพิ่มความสวยงามได้ด้วย sticker ต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ ใส่ freenote, รูปอะไรก็ได้ลากไปมาได้ตามสะดวกเลยหน่ะครับ อืมม อุดมคติมากๆครับ และทุกหน้าของ datebook ก็สามารถดู todo ได้หมดครับ จึงเป็นเหตุนึงที่ทำให้ agenda view ของ clie organizer หายไป.. โดยรวมแล้วผมว่าเจ๋งมากครับ

    อ้อ..และอีกอย่างที่กลับมา..เอ น่าจะบอกว่าไม่ได้ขาดหายไปจาก datebook รุ่นดั้งเดิม (ซึ่งในชุด PIM ใหม่ได้หายไปหมดแล้ว) ก็คือการ drag-and-drop event ครับ มันเจ๋งมากๆๆจริงๆครับ สะดวกสุดๆ แต่ทำได้แค่ในหน้า day view นะครับ ซึ่งดั้งเดิมแล้วจะทำได้ในหน้า week view หน่ะครับ
    สุดท้ายสำหรับ datebook ก็คือผมว่าการใช้งานแบบ sticker ปากกา หรืออะไรก็แล้วแต่หน่ะครับ น่าจะทำมาเพื่อใช้ short note เท่านั้นหน่ะครับ เราสามารถลบมันออกได้ทั้งหมดทาง menu เลยนะครับ เพราะข้อเสียของมันก็คือมันจะทำให้ช้าลงเวลาเปิดแต่ละหน้าหน่ะครับ เพราะต้องการเวลาในการวาดเส้นต่างๆ และลงรูปหรือ note ที่เราใส่ไว้หน่ะครับ ซึ่งผมว่าจริงๆแล้วอย่าง notepad ใน palm เนี่ย มีขนาดค่อนข้างใหญ่มาก แต่กับ clie organizer แล้ว ผมลองวาดอยู่ประมาณ 20 วัน ขีดๆเขียนๆ ไม่มากไม่น้อย กลับไม่พบความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ที่ใช้เลย อืม.. ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ดีทีเดียวครับ เพราะแสดงว่าเค้าไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นรูป! อย่าง notepad แต่กลับเก็บเป็นข้อมูลจุดแล้วค่อยๆมา plot ซึ่งจะทำให้ช้าเวลาเปิดแต่ก็ประหยัดพื้นที่ไปได้เยอะ(คือประมาณอันละ 1-2kB เท่านั้น) อันนี้ต้องยกเครดิตให้คนคิดมากกว่าที่จะมาว่าๆมันช้าเลยหล่ะครับ 55 แล้วก็ยังไม่หมดครับ เรื่องนี้ผมว่าเป็นข้อเสียดีกว่า มันคือการเพิ่ม event ทำได้ลำบากกว่า palm แท้ๆ ครับ คือต้องจิ้มที่เวลา หรือกดที่ new ไม่สามารถเขียนเลขของเวลาแล้วเขียนรายละเอียดต่อได้เลยได้ครับ
    Address

          ในส่วนนี้ผมว่าก็ไม่ได้วิเศษวิโศอะไรมากมาย คงมีดีแค่ใส่รูปได้หน่ะครับ ซึ่งดูได้ด้วยแฮะ ในหน้ารวม ทุกวันนี้ agendus ใหม่ๆก็ทำได้หน่ะครับ แต่เพียงให้รู้ไว้ว่า TH55 ไม่ได้ต้องการโปรแกรมอะไรมาเสริมความหรูหราในส่วนนี้อีกเลย 555 แต่สิ่งที่ขาดไปคือการ tap-to-connect อันนี้จะว่าขาดก็แปลกๆครับ เพราะก็ไม่มี bluetooth อยู่ดี จะใช้ทีต้องเอามาจอกับโทรศัพท์ก็คงแปลกๆ ถ้าเป็นรุ่น europe แล้วขนาด function นี้ไปคงหงุดหงิดได้ทีเดียวหน่ะครับ จริงๆแล้วผมว่าก็น่าจะใส่ library เองได้ แต่ที่ไม่ได้ลองก็อย่างว่าหล่ะครับ ลองไปก็นะ ไม่ได้ใช้อยู่ดีครับ 55 ส่วนเรื่องรูปนี่มันจะย่อขนาดให้เองทั้งหมดนะครับ จะตกประมาณรูปละ 10-15kB หน่ะครับ ถือว่า ok ทีเดียวครับ อ้ออีกอย่างครับ มี custom field อยู่ 4 ช่องนะครับ ตามสไตล์ชุด PIM เดิมๆครับ
    Todo

          จริงๆแล้วก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันมากหรอกครับ ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร ก็แค่ todo ธรรมดา แต่..พอลงแล้ว 555 อืม ไม่ธรรมดาจริงๆครับ ถ้าใครเคยใช้ bonsai จะเข้าใจอย่างรวดเร็วว่า todo ตัวนี้มันมีดีกว่าที่ตรงไหน 55 มันก็ยังไม่ถึงขั้น bonsai ที่มีบอกว่ากี่ % completed แต่เจ้านี้ก็ทำเป็นย่อยๆได้ อืม.. ผมว่าแค่ง่ายๆแค่เนี่ย ก็ทำให้ todo มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากเลยครับ ไม่ต้องเอารายละเอียดใส่ note แถมดูก็ง่ายกว่ามากครับ เหมาะ การใช้งานก็ง่ายแค่เลือกตรงขวาล่างหน่ะครับ เป็นการเลื่อนขึ้นหรือลง หรือเป็น tab ไว้ทำอันย่อย ซึ่งตัวด้านบนจะเป็นตัวหลักให้อัตโนมัติครับ ถ้าเลย due date ก็จะเป็นสีแดง แถม todo ตัวนี้ยังเก็บข้อมูลวันที่ completed ด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าจะเก็บแค่ เอาละ เสร็จละ 555 อยากให้มันมีกับ palmOne ด้วยเลยหล่ะครับ ตัวนี้ เพราะไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย แต่กลับใช้ได้แบบมีประสิทธิภาพสูงสุด ^_^
    FreeNote

          มาถึงตัวสุดท้ายแล้วที่จะพูดถึงในส่วนของโปรแกรมครับ ตัวที่ทรงประสิทธิภาพอีกตัว อย่างในรูปตัวนี้มีขนาดประมาณ 22kB เนื่องจากมีทั้งรูปมีทั้ง txt มีทั้ง sticker อืม ...แต่ถ้าเขียนอย่างเดียวขนาดก็จะประมาณ 10-20kB แล้วแต่จะใช้แค่ไหน ซึ่งถ้าเป็นอย่าง notepad ของ palm จะใช้พื้นที่ประมาณตัวละ 3kB แม้จะน้อยกว่ามากแต่ความละเอียด และความหลากหลายในการใช้งานก็น้อยกว่ามากครับ แต่ก็จะเหมือนกับ datebook ซึ่งเวลาเปิดก็จะใช้เวลาซักหน่อย แต่ผมว่าคุ้มครับ 555 แค่เปลี่ยนสีได้ การลากเส้นค่อนข้างเป็นไปตามใจเรา มากกว่า notepad ทำให้รู้สึกใกล้กับการเขียนในกระดาษขึ้นกว่าเดิมพอสมควรเลยหล่ะครับ ^_^
    Clie Organizer for PC
          ก็จะเหมือนกับของใน TH55 ทุกอย่างหล่ะครับ สามารถเขียนอะไรได้ sync ได้.. ลาก emotion มาใช้ได้เลยครับ เป็นส่วนเติมเต็มได้อย่างดีครับ แต่ปัญหาจะอยู่สำหรับคนที่มี palm มากกว่า 1 เครื่อง หรือมีพี่น้องใช้ palm ด้วยหน่ะครับ เพราะว่า conduit ของ datebook, address, todo, memo pad จะถูกเปลี่ยนไปเป็น clie organizer ทั้งหมดเลยครับ ทำให้เกิดปัญหาที่ว่า.. palm desktop งงครับ.. sync แล้วสับสนกันซะงั้นครับ ซึ่งแนะนำว่าถ้าใช้เครื่องอื่นด้วยนั้น ฮ่าๆ พยายามใช้ palm desktop ดีกว่า แล้วส่วนความสวยงามก็จัดการใน palm เองหน่ะครับ จะทำให้ไม่สับสนได้ครับ
          ส่วนเรื่องภาษาไทยก็แก้ได้ตามรูปครับ

    ปล. Arial ทั้งตระกูลมีอยู่ 11 ตัวนะครับ ต้องเอาออกให้หมดนะครับ... ^_^



    Design vs. การใช้งานจริงกับ TH55
          หลังจากได้ลองได้เล่นทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเครื่องกันแล้ว ประทับใจกันไปแล้ว ฮ่าๆ อิอิ แต่คราวนี้จะเป็นความรู้สึกของการใช้ pda เครื่องหนึ่งที่ชื่อ TH55
          มันก็เหมือนเครื่องทั่วๆไป ที่ต้องมี case กันเจ้า palm น้อยเราจะเป็นรอย แต่... ไม่รู้จะหา case อะไรมาใช้นี่ซิ ส่วน sony แกก็ได้ซะ case เบ้อเริ่มเทิ่ม อืม... แต่ก็นะ ยังมีกว่าไม่มีใช้หล่ะ หึหึ เรียกได้ว่าเป็น case ที่ทำให้เจ้า palm นี่เป็นรอยน้อยที่สุด แต่ก็ทำให้การใช้งานลำบากที่สุดประกอบกับมีโอกาสให้เจ้า palm หล่นง่ายมากทีเดียวหล่ะครับ คงเหมาะแค่ใส่ไว้ในกระเป๋า เวลาถึงที่ก็ค่อยเอาออกมาเอาสายรัดข้อมือคล้องไว้แล้วก็ถือไปจะสะดวกที่สุดครับ ฮ่าๆ หลังจากลองมาหลายครับ แบบนี้ดีที่สุด แต่ระวังอย่ามือซนหล่ะครับ หึหึ

          อืม จริงๆแล้วเจ้า case ตัวนี้ถ้าเกี่ยวกับเข็มขัดก็คงคล่องตัวดีมั้งครับ แต่ผมไม่ชอบเหน็บไว้นี่ซิปัญหา 555 คิดเล่นๆเอาไปเทียบกับตอนใช้ palmOne อย่าง t|t3 แค่แผ่นปิดตัวเดียวก็พอแล้วหน่ะครับ ไม่ใช่ว่ารักษาน้อยกว่า แต่ว่า.. hardcover หรือเจ้าแผ่น acrylic ของ th55 เนี่ย ทำให้ต้องดูแลมันมากไปหน่ะครับ ผมว่านะ จะปล่อยให้มันเป็นรอยก็กระไรอยู่ อิอิ
    วิธีจับ?? อันนี้หล่ะครับ เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะทำให้รู้สึกดีกับ th55 เลยครับ ไอ้ตอนอยู่ในบ้านก็ ok หล่ะครับ แต่พอออกนอกบ้านมันทำให้ต้องระวังมากขึ้นแถมเป็น palm ตัวแรกที่ผมจับ แล้ว..ไม่สามารถใช้มือเดียวควบคุมมันไว้ได้หน่ะครับ มาลองดูรูปกัน

    อืม อันนี้เป็นการจับที่ผมว่าดีที่สุดในการควบคุมครับ เพราะยังไงคนถนัดขวาก็ต้องจับ stylus มือขวาอยู่แล้ว มือซ้ายเลยต้องทำงี้เพื่อให้ควบคุมปุ่ม Jog Dial ได้ทั้งหมด รวมทั้งกด shutter หรือเปิดหน้ากล้องก็ทำได้ด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้ง (55 นิ้วกลางอาจจะมาช่วยในการกด back เวลานิ้วชี้เมื่อยๆหน่ะครับ) แต่อย่างว่าหล่ะครับ ไม่มีปุ่มไหนในมือซ้ายในกรณีที่วางอย่างนี้ แล้วจะสามารถเปิดเครื่องได้เลยย... -_-' อะไรกันเนี่ยยย คือ ไม่สามารถใช้มือเดียวจัดการได้จริงๆครับ โดยปุ่มที่เปิดได้ก็จะมี เพิ่ง 3 ปุ่มมาตรฐาน (ส่วนอีกปุ่มก็ปุ่มขวาสุดหล่ะครับ ค่อยมาดูกันว่ามันคืออะไร??) และก็ปุ่ม power ซึ่งไม่น่าใช้เอาซะเลย เพราะทั้งกลัวพังและ ถ้าดูดีๆนะครับ มือซ้ายจะบังมันทั้งหมดครับ ทำให้ถ้าจะเปิดก็เหอ-เหอ จินตนาการลำบากนิดนึงครับ อืม สรุปแล้วก็ต้องมากดจนได้ครับ ใช้มือขวามากด แต่อยากจะบ่นๆมากๆครับ ปุ่มที่ออกแบบมาอย่างนี้ไม่ได้เหมาะกับการใช้งานเล้ย แค่ท่ากดก็ลำบากแล้วครับ

    อย่างในรูปหล่ะครับ ลองจินตนาการเดินๆอยู่แล้วต้องมาจิ้มอย่างนี้นะครับ ทั้งๆที่ผมว่าปุ่ม 4 ปุ่มนี้ถ้ามันอยู่บน Jog Dial หรือข้างหลังเครื่องเหมือนกันไปเลยดีกว่า อย่างน้อยก็มีนิ้วชี้+นิ้วกลางช่วยกันกดสะดวกกว่าแน่ๆ แถมอาจจะไม่ต้องเปิด hardcover แล้วใช้งานจากปุ่มทั้งหมดก็เป็นได้นะครับ แต่...ความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่ -_-' ยิ่งจอแนวนอนแล้วละก็.. 555 เลิกคิดเลยครับ เรื่องการควบคุม คงได้เพียงจิ้มด้วย stylus เท่านั้นแถมมือขวาก็จะไปชนกับ hardcover อีกครับ แต่ถ้าพลิกจอกลับไปอีกด้านนึงก็ถือว่า ok ระดับนึงครับ (แค่เรื่องจิ้ม stylus นะครับ 55) พอใช้งานไปก็พาลให้คิดไปถึง palmOne เลยหล่ะครับ แม้การออกแบบดูจะไม่ค่อยหวือหวาอะไรแต่ยังไม่เคยเห็นรุ่นไหนเลยครับ ที่เป็นการออกแบบเพื่อความลำบากในการใช้งาน... ผมว่านี่ละมั้งครับ คงเป็นเหตุผลที่การออกแบบของ palmOne ไม่ค่อยจะมีอะไร เพราะรูปแบบที่เหมาะที่สุดก็คงจะมีไม่มากอยู่แล้วครับ ก็มันเหมาะที่สุดแล้วจะให้ออกแบบอะไรหล่ะ 55 (แต่ขอร้องเถอะ อย่าเป็นแบบ t|e series อีกเลย 55 เสียความรู้สึกนิดนึงแบบนี้ อิอิ)

    อืม นี่แหละครับ ตัวอย่าง มือเดียวอยู่ นิ้วเดียวคุมได้หมดจริงๆครับ ถ้าจะอัดก็เปลี่ยนนิ้วโป้งไปอยู่ข้างๆแทน อืมม ดูแล้วดูอีกถ้าเรื่องการใช้งานให้ palmOne ชนะแบบขาดลอยเลยหล่ะครับ ขนาดพลิกหน้าจอก็แล้ว ความสะดวกยังไม่ได้ลดลงเลยหล่ะครับ นี่แหละครับ palm จริงๆ
    เรื่องของจอ...ส่งผลถึงแบตรึป่าวเนี่ย~: อืม มาดูกันครับ ว่าเป็นอย่างไรเทียบกับ t|t3 ตัวๆเลยครับ

    สังเกตเห็นได้ว่า t|t3 เป็นเครื่องเดียวจริงๆครับ ที่ปรับให้จอสว่างน้อยที่สุดก็ยังสว่างมากอยู่ดีหน่ะครับ คืออย่าง t|t2 ก็ใช้ autodimmer ช่วยทำให้มันสว่างน้อยลงได้กว่าที่เดิมๆปรับได้หน่ะครับ แต่ t|t3 ทำไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันอะไรกันเนี่ย ส่วนรูปก็เห็นได้ว่า ความแตกต่างมันระหว่างสว่างสุดๆ กับน้อยสุดของ th55 ต่างกันมากๆเลยครับ ผมว่า th55 ความสว่างสูงสุงยังสว่างกว่า t3 นิดนึงเลยครับแต่พอต่ำสุด th55 ผมว่าทำได้ดีนะ เพราะมีให้เราเลือกปรับได้เยอะ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้มีทางเลือกมากขึ้น เลยถึงต้องมาวกถึงเรื่องแบตเลยครับ ... ตอนนี้ผมใช้ประมาณ 0-20% แล้วแต่ว่าจะอยู่ที่ไหนหน่ะครับ แบต charge ไว้ตั้งแต่วัน 21/4/2003 ตี 1 ใช้งานปกติ วันนี้ 24/4/2003 3 ทุ่มครึ่ง แบตเหลือประมาณ 40% ซึ่งถ้าเป็น t|t3 ก็หมดตั้งแต่วันแรกมั้งครับ เหอ-เหอ ซึ่ง min level ของ th55 อยู่ที่ 10% แต่จะใช้ได้แต่ในเครื่องเลยนะครับ ทั้งอัดเสียง ถ่ายรูป wifi หรือแม้กระทั่ง memory stick ก็หมดกัน ฮ่าๆ ก็ขีดที่จำกัดสูงสุดก็ 20% หล่ะครับ สำหรับอัดเสียงซึ่งแสดงว่าก็น่าจะเหลืออย่างน้อยก็อีกวันนึงหล่ะครับ .. ถึงจะต้อง charge ใหม่ ทำได้ดีจริงๆครับ นับถือเลยจุดนี้ ... ก็คงต้องขอบคุณ Sony Handheld Engine ด้วยมั้งครับ ที่ทำให้เป็นงี้ได้ ผมว่าความเร็วมันก็ไม่น่าต่างกับ t|t2 เท่าไหร่หน่ะครับ แต่ t|t2 เต็มทีก็แค่ 2 วันหน่ะครับ

    เรื่องสุดท้ายสำหรับการใช้งานครับ "4 ปุ่มมาตรฐาน" นั่นเอง
    ว่ากันด้วยการใช้งานครับ
    ปุ่มแรกซ้ายสุด: เป็นปุ่มของ datebook ครับ ทำหน้าที่เหมือน palm ทั่วไปครับ สลับไปเรื่อยๆครับ ในแต่ละ view ของ datebook ครับ อันนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ
    ปุ่มแรกกลางซ้าย: อันนี้เป็นปุ่มของ freenote ครับ ของสำคัญทั้งสองของ clie organizer ครับ
    ปุ่มแรกกลางขวา: อันนี้เป็นปุ่มในการเปลี่ยนโปรแกรมของ clie organizer ครับ คือแถบสีฟ้าด้านขวาหน่ะครับ ซึ่งการทำงานของมันจะซ้ำซ้อนกับ back + jog ครับ ปุ่มนี่ไร้สาระมากครับ แหะๆ
    ปุ่มแรกขวาสุด: ส่วนปุ่มนี้ครับ เป็นปุ่มเดียวทีทำการเปิดเครื่องไม่ได้แฮะ เอ.. แสดงมันต้องมีอะไรดีแน่เลยครับ พอกดแล้ว อุ๊ เป็น popup ครับ

          เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ clie organizer อย่างดีทีเดียวครับ เรียกว่าครบเครื่องในตัวเดียว ของที่ลำบากเช่น การเพิ่ม event ใน datebook ก็ง่ายขึ้นเพราะมันครับ อืม... ในตอนแรกไม่คิดว่ามันจะทำได้ทีเลยหล่ะครับ เช่น search ของมันหน่ะครับ อย่างว่า เรามี findhack อยู่แล้ว มันจะดีกว่าได้อย่างไร 55 อย่างนี้ก็คงแค่ find ของ palm มั้งครับ แค่ช่วยให้เลือกโปรแกรมได้สะดวกขึ้น อิอิ แต่.. ไม่ใช่ครับ มันดีได้เท่ากับ findhack เลยครับ คือ search ระดับตัวอักษรด้วยหล่ะครับ แถมเร็วมากซะด้วยหล่ะครับ ก็คงเพราะเค้าจัดการให้หาแค่โปรแกรมไม่กี่โปรแกรมหน่ะครับ อืม เลยเอาเป็นว่ามันก็แค่พอตัวหล่ะครับ ช่วง search นี่ก็มันหาได้แค่ใน clie organizer นี่นา เราใช้ findhack เอาก็ได้ครับ
          ในส่วนอื่นเป็นการ new ทุกอันหน่ะครับ เว้นแค่สองอันล่าง แต่การทำงานจะเหมือนกันทั้งหมดครับ คือเราต้อง select text ก่อนหน่ะครับ ก่อนที่จะ new ได้ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าเค้าต้องการอะไรให้มันเร็วขึ้น คงประมาณว่าเข้า net แล้ว select เก็บไว้ง่ายๆมั้งครับ แต่เสียจริงๆครับ ถ้ามันกด new ได้จากทุกทีก็จะเหมือน RakuDA ที่ผมชอบเลยครับ พลาดจริงๆ เลยยังไม่ค่อยประทับใจ popup ตัวนี้เท่าไหร่ครับ แต่ในส่วน new e-mail นี่ ฮ่าๆ ผมว่าทำได้ดีครับ select e-mail เวลา search ด้วยตัวนี้หน่ะครับ (คือลืมบอกไปครับ เวลา search แล้วจะดูข้อมูล มันไม่ต้อง switch โปรแกรมเข้าไปก็ได้ครับ กด detail ดูได้เลยครับ ไม่สวยแต่เร็วมากครับ เพราะ txt ล้วนๆครับ งานนี้) แล้วก็ select e-mail กดมันอีกทีครับ | new e-mail โอ้วโหห ไว้ทันใจจริงๆครับ อันนี้ชอบบครับ เรียกว่า ไอเดียดีครับ อ้อ หรือจะ select ข้อความก็ได้นะครับ แล้วมันจะเก็บเข้าไปใน message ให้เลยหน่ะครับ แต่เราก็ต้องมา e-mail เองครับ อันนี้ยืดหยุ่นได้ดีครับ
       ปล. เพิ่งพบครับ ว่าอย่าง new datebook data หน่ะครับ ถ้าเราเขียนวัน หรือเวลา มันก็จะรู้ด้วยนะครับว่าเป็นวันเวลาที่จะสร้าง event 55 ใช้ได้ครับ ลูกเล่นนี้ อืม ได้ข้อดีมากอีกข้อแล้ว หึหึ

          อืม จะหมดแล้วครับ อันสุดท้าย ก็คือ select web แล้วก็เข้าไป netfront หน่ะครับ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องมี http:// ด้วยหน่ะครับ ไม่งั้นมันจะไม่เข้าไปให้.. อันนี้ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีหน่ะครับ ประหลาดดีแท้ครับ 55 เลยทำให้ popup ชุดนี้ เจ๋งสุดก็แค่ new email หน่ะครับ เพราะไม่ต้องเข้าใน address เลย ไวมากๆครับ

    อ้อ..ที่ต้องมาดูเรื่องแค่ popup ตัวนี้ก็เพราะว่า ไม่สามารถเรียก popup นี้ทางอื่นเลยเลยหน่ะครับ มีแค่ปุ่มนี้ปุ่มเดียว ซึ่งปุ่มนี้จะเปลี่ยนเป็นตัวอื่นได้ แต่ popup นี้ก็ไม่สามารถเรียกได้หน่ะครับ เลยต้องชั่งใจเลยหล่ะครับ ว่าอยากได้ popup หรือเรียกโปรแกรมแบบทั่วๆไปหน่ะครับ ฮ่าๆ คงต้องลองใช้ดูเอง ว่าเหมาะกับตัวเองรึป่าวหน่ะครับ แต่สำหรับผม คงยังใช้มันต่อไปก่อน อิอิ

    สรุป
          ในที่สุดก็ครบถ้วนแล้วครับ ฮ่าๆ ไว้มีเวลาทำค่อยมาเขียนโปรแกรมที่ควรใช้กับ th55 เอ..จำเป็นเลยดีกว่าครับ เพื่อให้ใช้ th55 ได้เต็มประสิทธิภาพเลยละกันครับ ฮ่า หลังจาก review เสร็จ ก็นะทำให้เข้าใจได้ว่าความสวยงาม มันจะมาพร้อมความสะดวกในการใช้งานได้อย่างไร หึหึ เราคงได้แค่เลือกว่า จะให้อันไหนมากกว่าหล่ะครับ อย่างว่าหล่ะครับ th55 อาจจะทำได้ดีกว่านี้มาก แค่เปลี่ยนการวางปุ่มทั้ง 4 ไว้ด้านหลังให้มันรู้แล้วรู้รอดเลยหล่ะครับ น่าจะเจ๋งกว่าครับ เนื่องด้วยความงาม+น่าใช้ผมให้เต็มเลยหล่ะครับ ส่วน Clie Organizer ผมก็ให้ได้เต็มเลยหล่ะครับ ถึงแม้จะขาด category ที่มีใน PIM ชุดใหม่ แต่ก็มีสีที่ทำให้แบ่งได้ด้วยการมองผ่านๆในครั้งเดียวก็ถือว่าพอชดเชยกันได้ครับ แต่ถ้าใครใช้ TH55 แล้วไปใช้ agendus เนี่ย 555 ผมว่าเปลี่ยนรุ่นไปเถอะครับ TH55 ไม่เหมาะกับคุณนะครับ หึหึ (ใครใช้อยู่เกิดหลงมาอ่านไม่ด่าตายเหรอเนี่ย 55) แล้ว launcher เนี่ย ถ้ายังจะคิดใส่เพิ่มนี่ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วครับ อิอิ พอเพียงเท่านี้ดีกว่าครับ สำหรับ "Sony Clie PEG-TH55 สวย หรูหรา สง่า กับการใช้งานจริง??"

    เอาไปเลยสำหรับ Sony Clie PEG-TH55 ที่ได้แค่นี้เพราะมันไม่สะดวกในการใช้งานจริงๆ แต่หน้าตามันก็สุดยอดจริงๆหน่ะครับ 555 ^_^

  • Palm file management programs

    คราวนี้มาแนะนำโปรแกรมพวกจัดการ file ที่คิดว่าเจ๋งๆครับ ที่จะแนะนำจะมีเพียงแค่ 3 ตัวครับ (ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ใช้แค่ 2 ตัวหน่ะครับ)

    1. FileZ: อันนี้เป็น ตัวที่ผมว่าดีที่สุดครับ... และที่สำคัญเป็น freeware ครับ
    2. McFile: ตัวนี้เรียกว่าเก่าแก่ทีเดียวครับ แต่ประโยชน์มันก็มากโขหน่ะครับ
    3. RescoExplorer: อันนี้เป็นอารมณ์ของ windows explorer มากๆครับ..เน้นสวย แต่ก็มีดีครับ
       อืม แล้วก็ค่อยมาดูกันทีละตัวนะครับ หรือจะ click ไปตามแต่จะสนใจแต่ละตัวก็ได้ครับ ^_^



    FileZ เวอร์ชั่นที่ใช้ในการทดสอบคือ 6.5 นะครับ หาได้จาก PalmGear

    โปรแกรมนี้มีดีที่เรียกว่าค่อนข้างครบเครื่องครับ ทั้งส่ง-รับทั้ง beam ทั้งส่งผ่าน bluetooth จัดการ file ง่ายดูสะดวกครับ ซึ่งจะแยกสีของ file แต่ละชนิดไว้เป็นสีๆ(ของมาตรฐานนะครับ ซึ่งเราเพิ่มเองได้เปลียนได้ครับ ที่ menu | Options | Preferences | Type Colors ครับ) ดังนี้ครับ

    appl: อันนี้แสดงให้เห็นว่าเป็น file โปรแกรมจะเห็นได้ในหน้า Launcher ครับ
    panl: อันนี้ก็เป็นโปรแกรมครับ แต่ว่าจะอยู่ใน Preference Panel ครับ
    data: สีนี้ก็แสดงให้เป็นว่าเป็น database ครับ
    libr: ส่วนสีนี้ก็พวก library ของโปรแกรมต่างๆครับ

    ซึ่งการแยกด้วยสีทำให้เราสังเกตและจัดการได้ง่ายขึ้นเยอะครับ เพราะว่า palm นั้น แบ่งชนิดของ file ได้ไม่ชัดเจนเหมือนพวก windows หน่ะครับ ส่วนข้อดีของ fileZ นั้นก็คือ ไม่ว่าจะมี copy protected หรืออะไรก็ตามแต่เค้าจะ copy ได้ทุกอย่างครับ ทำให้เราสามารถยุ่งกับ file ได้เกือบทุกตัวเลยหล่ะครับ ... แต่ในทางกลับกันก็ต้องระวังในการใช้งานด้วยครับ อาจจะทำให้รวนได้ครับ ถ้าไปทำอะไรมากไปครับ
    และยังสามารถจัดการ prefrerence ได้อีกด้วยครับ ซึ่งก็ประมาณได้กับ registry ของ windows ครับ สังเกตได้จากรูปที่ 4 นะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีอย่าง SdAl SoundsAle ซึ่งก็คือตัวที่เก็บการตั้งค่าของ sound & alerts ในโปรแกรม prefs. นั้นเองครับ

    to the top



    McFile เวอร์ชั่นที่ใช้ในการทดสอบคือ 2.2beta3 นะครับ

       โปรแกรมตัวนี้ก็ลักษณะการทำงานคล้ายๆ fileZ ครับ แต่ความสามารถทีเพิ่มขึ้นมาคือการรับ file ทั้งจากการ beam และผ่าน bluetooth ครับ ทำให้รับได้หลากหลายมากขึ้นครับ เช่นสามารถรับ file นามสกุลที่ palm ไม่รู้จักได้ครับ
    อีกอย่างที่เป็นจุดที่ผมว่าเด่นของมันก็คือ การ copy ครับ ..การ copy ของ mcfile ก็เหมือนปกติครับ แต่ว่าจะมีดีกว่า fileZ ตรงที่สามารถ copy file ที่ซ้ำกันได้ครับ เช่น เราต้องการเปลี่ยนชุด pim เก่าเป็นใหม่ ถ้าเราใช้ fileZ จะมีบาง file ที่ไม่สามารถ copy ลงไปได้ครับ เพราะว่าซ้ำกับบน ROM หรืออย่างอื่นครับ ที่เห็นชัดๆก็คือ datebookDB, addressDB เป็นต้นครับ ทำให้เราสามารถจัดการเอา โปรแกรม version ใหม่ๆของเครื่องรุ่นใหม่ๆใส่เครื่องเราได้สะดวกสบายมากขึ้นครับ ^_^
    จุดเด่นของมันยังไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ครับ มันยังสามารถจัดกลุ่มของ creator group เดียวกันได้อย่างรวดเร็วครับ ซึ่ง fileZ จะทำได้โดยใช้คำสั่ง filter ครับ แต่เจ้า McFile ก็เพียงแต่ select file ที่ต้องการแล้วมาจิ้มที่ all database เปลี่ยนเป็น creator group ก็สามารถเป็นการ filter ได้อย่างสะดวกมากๆครับ เหมาะกับการลบ file ที่ไม่พึงประสงค์มากทีเดียวครับ เช่น อยากจะลบ slideshow to go แต่ไม่รู้จะลบ file ไหนบ้างดี...หน่ะครับ

    to the top



    RescoExplorer เวอร์ชั่นที่ใช้ในการทดสอบคือ 2.30.4 นะครับ

       โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมสุดท้ายที่จะแนะนำครับ เป็นตัวที่ดูจะครบเครื่องที่สุด สวยที่สุด ทำอะไรได้มากมายดีครับ แต่มันก็ใหญ่ที่สุด เปลืองที่สุดด้วย เพราะความสวยของ interface มันนั่นแหละครับ
       ผมว่าจุดเด่นคือการจัดเรียงเหมือน windows explorer โดยใช้ tree เป็นตัวหลักให้แยกแยะได้ง่ายขึ้นหน่ะครับ ซึ่งก็ถ้าใช้ windows มาก่อนก็จะเข้าใจได้โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย ประกอบกับมี icon ประกอบทำให้เห็นได้ชัดเจนและสวยงามครับ โดยที่เราสามารถเรียกได้เหมือนใน windows เลยครับ เช่น file 16F628 นั้นจะเป็นรูปครับ ซึ่งเปิดได้ด้วย handstory หน่ะครับถ้าเราจิ้มที่ file นั้น มันก็จะเปิดเข้าไปใน handstory แล้วแสดงภาพขึ้นมาทันทีครับ ซึ่งมันก็สะดวกดีครับ แต่ผมก็ว่ามัน...จะยุ่งกับเราทำไมน๊า~ ...แหะๆ เราอยากจะดู file ไม่ใช่เข้ามาเปิดมันนี่นา หุหุ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบหล่ะครับ ซึ่งสามารถปรับขนาด font ทั้งสองหน้าได้ตามชอบใจนะครับ ทำให้เห็นชัดหรือเห็นครบขึ้นก็แล้วแต่ใจจะต้องการเลยหล่ะครับ ส่วนเรื่องปกติที่โปรแกรมพวก file management นั้นทำได้ เจ้านี่ก็ทำได้ครบถ้วนกระบวนความครับ ซึ่งก็คล้าย windows จริงๆนั่นแหละครับ คือเราสามารถ drag-and-drop ได้เลยหล่ะครับ หุหุ เหมือนง่ายครับ แต่ว่า..(แต่อีกละ) palm เป็นระบบที่ไม่มี directory ครับ..ผมเลยยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญของตัวนี้เท่าไหร่ครับ ไม่รู้ว่าจะเมื่อยกว่าเดิมรึป่าวหน่ะครับ ถ้าทำอย่างงี้ครับ.. ^_^"
    มาว่าถึงจุดที่ผมว่าเจ๋งมากหน่ะครับ คือ ความสามารถเรื่อง zip ครับ ... หุหุ การใช้งานง่ายทีเดียวครับ ทั้ง zip และ extract ครับ ที่ชอบใจที่สุดคือการแบ่งเป็น ROM เป็นเหมือน drive แยกออกไปหน่ะครับ ซึ่งทำให้เรา zip ทั้ง ROM ไปใช้ได้เลยครับ ถ้าสังเกตดีๆ 2 โปรแกรมข้างต้นจะแบ่งไม่ได้ครับ ถ้าใครอยากดึง ROM ก็มานั่งจิ้มกันเองละกันครับ ^_^ เรียกกว่าอำนวยความสะดวกได้ดีทีเดียวครับ

    และอีกอย่างที่ผมว่ามันทำได้ดีครับ คือมันค่อนข้างจะทำได้เกือบทุกอย่างครับ คือ ดู file เหมือนๆกับเปิด PRCedit หรือ HEXedit ก็ทำได้ซะด้วยครับ จะดูอัตราส่วนของ dynamic heap และ storage heap ก็ได้เช่นกันครับ (จาก menu | File | RAM info นะครับ)
       สุดท้ายนี่ก็คงต้องเลือกเอาหน่ะครับ ว่าชอบอันไหน ถูกใจอันไหนก็ใช้กันไปครับ.. ส่วนผม มี fileZ ในเครื่องและอีก 2 ตัวไว้ใน card เลยหล่ะครับ เพราะว่า..ต่างโปรแกรมก็ต่างมีจุดเด่นของแต่ละตัวหน่ะครับ ... แหะๆ เก็บไว้ก็ไม่เสียหายครับ(อยู่ใน card นี่นา ไม่เปลืองครับ หุหุ)

  • ปัญหา Hotsync

    เอาเป็นว่าเป็นปัญหาที่เจอกันบ่อยๆ ละกันนะครับ จะได้แก้ได้ถูก
       1. hotsync ยังไม่ได้เลย~ อืม เรียกได้ว่าเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นมากกว่าครับ
       2. ค้าง-ค้าง-ค้าง อันนี้ ถึงจะเรียกว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เจอบ่อย-บ่อย



    Hotsync ยังไม่ได้เลย~
       สิ่งที่ต้องทำอย่างแรก คือ การสังเกตว่าเกิดความผิดปกติอย่างไร?? มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?? สำหรับที่ palm จะมีอยู่ 2 ข้อความที่พึงสังเกตุ ซึ่งก็คือ
      1. the connection between your handheld and desktop could not be established...
      2. Unable to initiate HotSync operation because the port is in use by another application

    ในกรณีแรกนั้น
       อย่างแรกที่จะให้ตรวจสอบก็ดูว่าเสียบเรียบร้อยรึยัง?? เครื่องหมาย hotsync ปรากฏบน taskbar รึป่าว?? แล้วติ๊กที่ Local USB รึยัง?? ดูตามรูปจะเป็นทั้งบน palm และบน desktop ครับ สิ่งที่ต้องดูบน pc นั้นคือ การตรวจสอบว่าตั้งค่าไว้ถูกต้องหรือไม่?? ส่วนบน palm จะต้องเลือกส่วน connection ด้านล่างสัญลักษณ์ hotsync เป็นไปตามที่เราต้องการ (ซึ่งในกรณีผ่าน USB จะเลือกเป็น cradle/cable นั่นเอง) จากนั้นจึงกดที่สัญลักษณ์เพื่อเริ่มทำการ hotsync! นั่นเอง

       ซึ่งถ้าหากยังไม่ได้นั้น ... อาจจะทำให้มีข้อสงสัยได้ อยู่ 2 ประเด็นหลักๆครับ

      1. USB port - แนะนำให้ลองทดสอบกับอุปกรณ์อื่น หรือเปลี่ยน port ครับ
      2. อยู่ที่ตัว Palm เองหรือสาย sync หรือ cradle - แนะนำให้หาทดสอบกับ PC อื่นดูก่อนครับ ว่าใช้ได้ดีหรือไม่ครับ

       ซึ่งอาจเป็นได้อีกกรณีซึ่งก็คือเกิด Unknown Device ใน Device Manager (Control panel | system | hardware) ซึ่งก็คือ windows ไม่ได้สามารถกำหนด driver ที่ถูกต้องให้กับ palm ได้ แนะนำให้ทำตามนี้:-
             • กด sync เพื่อให้ unknown device ขึ้นมาใน device manger
             • click ขวาที่ unknown device | uninstall
             • เมื่อหายไปแล้วให้เอาสาย sync ออกครับ...
             • restart 1 ครั้งแล้วก็เสียบสายและ sync ได้ทันทีครับ ซึ่งในกรณีที่ windows ยังไม่สามารถหา driver ได้อัตโนมัติแนะนำให้หา driver ให้มันเองครับ โดยเลือกเป็น specify a location เองครับ เป็น
          C:\Program Files\palmOne\USB_driver หรือ
          C:\Program Files\palm\USB_driver ครับ
       หากยังไม่ได้อีกแนะนำให้ลองใช้ USB Registry Cleaner เพื่อช่วย delete ตัว registry เกี่ยวกับ driver ของ USB ของ palm ทั้งหมดหน่ะครับ แล้วก็ restart 1 ครั้งจากนั้นมันก็จะเหมือนว่าเพิ่งเคยเสียบ palm ครั้งแรกครับ ^_^
    ในกรณีที่ 2: "Unable to initiate HotSync operation because the port is in use by another application"
       สิ่งที่ต้องตรวจสอบ คือ... ต้องตรวจสอบใน device manager ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่?? (Start | Control Panel | System | Hardware | Device Manager หรือกด shortcut ตามนี้ : windows logo + pause/break ก็จะเข้าหน้า System Properties เลยครับ) แต่สิ่งที่ต้องอย่าลืมคือ palm จะทำการติดต่อกับ pc ก็ต่อเมื่อมีการกด hotsync เท่านั้น ซึ่งถ้าเราไม่กด hotsync มันก็จะไม่ขึ้นครับ ดังรูป

       ซึ่งในกรณีนี้จะไม่ขึ้นอย่างงี้นะครับ แต่อาจจะขึ้นเป็นเครื่องหมายตกใจสีเหลือง! หรือว่า อาจจะขึ้นเป็น Unknown Device ไปเลยหน่ะครับ
    วิธีการแก้: ก็ต้องดูให้มันขึ้นมาก่อนครับ แล้วก็กด click ขวา | Update driver... | specify a location(advanced) | ใส่ในช่อง location เป็น C:\Program Files\palmOne\USB_Driver (ซึ่งอาจจะเป็น C:\Program Files\palm\USB_Driver หรือ C:\Sony Handheld\USB_Driver ก็ขึ้นกับเครื่องและรุ่นหน่ะครับ) แล้วก็ next ไปเรื่อย แล้วจะได้เป็นดังรูปข้างบนครับ
       ในกรณีที่ยัง hotsync ไม่ได้นั้น แนะนำให้ restart แล้วก่อนเข้า windows ก็กด shift ทั้งสองข้างค้างไว้จนกว่าจะเรียบร้อย แล้วทดสอบใหม่ครับ


    to the top

    Hotsync แล้วค้าง-ค้าง-ค้าง~
       อาการค้างนั้นเกิดได้จากการที่ database ของโปรแกรมนั้นๆ เกิดเสียหายขึ้นมาหน่ะครับ ซึ่งประเด็นอยู่เลยอยู่ที่ว่ามันค้างตรงไหน เราถึงจะแก้ปัญหามันได้ถูกจุดครับ ...ดังนั้นเราจึงต้องดูที่ PC ครับ ในหน้าต่าง Hotsync Progress ว่า...หยุดที่ตรงไหน

       อันนี้เป็นตัวอย่างที่ค้างที่ Calendar นะครับ ถ้ามันนานมาก็ลองกด cancel แต่ถ้ามันนานแล้วยังไม่หายก็กด ctrl + alt + del แล้วปิด process ของ hotsync เลยก็ได้ครับ หรือ restart ใหม่เลยก็ได้นะครับ ^_^" ส่วนบน Palm ก็เช่นกันครับ เพราะโดยมากแล้ว..จะรอไม่ไหว หุหุ อืมม..ตอนนี้เราก็รู้สาเหตุแล้ว.. ต่อไปเราก็ต้องมาดูเรื่องการแก้ไขกัน มันจะมีอยู่ 2 วิธีครับ ซึ่งวิธีแรกเป็นการแก้ปัญหาสำหรับคน sync บ่อยครับ คือข้อมูลใน palm desktop นั้นมีพอๆกับ ใน palm หน่ะครับ โดยจะมีวิธีดังนี้ครับ

      1. ลบ file database ของโปรแกรมตัวนั้น โดยใช้ fileZ ลบครับ กรณี Calendar ก็คือ CalendarDB-PDat ครับ (ถ้าเป็นตัวอื่นก็ดูตารางข้างล่างนะครับ)
      2. ตั้งค่าที่ hotsync manager | customs | ที่ conduit ของ Calendar เป็น desktop overwrites Handheld ครับ
      3. sync ครับ ข้อมูลทั้งหมดก็มาอยู่ที่เจ้า palm เรียบร้อยครับ

       ส่วนวิธีสำหรับคนไม่ค่อย sync [6 Jun 2005 :เพิ่มวิธีที่สะดวกกว่าครับ อิอิ]
    #1 วิธีใช้โปรแกรม Bird ครับ:
       วิธีนี้เป็นที่จัดการ database ของโปรแกรมที่มีปัญหาโดยครับ ซึ่งอย่างแรกเราต้องรู้ว่า database ตัวไหนที่เสีย ดูได้จากตารางนี้ครับ เมื่อเรารู้แล้วว่าตัวไหน ก็เข้าไปในโปรแกรมเลยครับ แล้วก็ หา file นั้นครับ

       จากในรูปเป็นตัวอย่างของ calendar ที่เสียนะครับ เข้าไปใน calendarDB-PDat ได้เลยครับ แล้วก็ไล่ดูครับ หาว่าข้อมูลตัวไหนเกิดผิดปกติขึ้น แต่ละตัวนั้นคือ event ทั้งหมดที่เรามีครับ โดยตัวที่ทำให้ sync ไม่ผ่านคือ event ที่เกิดขึ้นแบบแปลกๆครับ (เพราะตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเกิดจากอะไรหน่ะครับ) โดยจะขึ้นในลำดับ # event แต่ไม่มีข้อมูลครับ (มีค่าเป็น 0) ให้ลบตัวนั้นไปเลยครับ โดยกด del แล้วก็กด done ครับ แล้วก็ ออกจากโปรแกรมได้เลยครับ จากนั้นก็จะ sync ได้ตามปกติครับ การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้ record ใด record หนึ่งของเราหายไปนะครับ มันจะเป็นการจัดการ record ที่ผิดปกติเท่านั้นครับ
    Note: record ที่เป็น 0 นี่จะอยู่ที่ล่างสุดเสมอนะครับ (เท่าที่เคยเจอ) ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะมีแค่ตัวเดียวนะครับ อาจจะมีเป็น 10-20 หรือ 30 record เลยก็ได้ครับ ขึ้นกับระยะเวลาที่มีปัญหาแล้วไม่ได้แก้ครับ ส่วนถ้าค้างที่อื่นก็ทำเหมือนกันแต่เปลี่ยน file ครับ อ้อ..อีกอย่างครับ การทำแบบนี้ไม่ได้แค่ Bird นะครับที่ทำได้ โปรแกรมลักษณะเดียวกันนี้อย่าง RsrcEdit ก็ทำได้ครับ ^_^
    #2 วิธีใช้ palm ตัวช่วยครับ:
       วิธีนี้จะเยอะหน่อยหน่ะครับ (ไม่หน่อยแฮะ อิอิ)(อืม..แนะนำให้ลองวิธี #1 ให้ดีก่อนครับ เพราะเท่าที่ลองหลายครั้งยังไม่มีที่ทำไม่ได้ครับ) คือ ต่างกันตรงที่เราจะเอาข้อมูลใน Palm Desktop มาทับไม่ได้หน่ะครับ เพราะมันน้อยกว่าใน Palm เราเยอะหน่ะครับ เลยต้องมีวิธีกันหน่อยครับ คือ เราจะลองมองภาพกว้างๆก่อนนะครับ ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง ผมแนะนำให้ใช้ผ่าน Palm desktop มากกว่าเพราะน่าจะสะดวกกว่า(แหะๆ ในความคิดผมเองแฮะ) โดยสิ่งที่ต้องมีในกรณีนี้ คือ Palm ผู้ช่วยครับ~ แหะๆ ถ้าไม่มีนี่.. แนะนำให้หาเลยครับ เพื่อนครับ.. แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ส่ง file มาก็ได้ครับ ^_^ แล้วจะจัดให้~

      1. เราจะต้องทำการจัดการ database ที่เสียหายก่อน โดยการ beam ครับ.. beam มันไปอีกเครื่องเลยครับ
      2. ทำการเก็บข้อมูลที่ไม่มีปัญหา ไว้ใน PC ครับ
      3. ทำการย้ายข้อมูลที่ไม่มีปัญหานั้น กลับมาที่ Palm ตัวเดิมครับ

    #2 ขั้นตอนแรก:
       เราต้องมาจัดการ beam ครับ แหะๆ แต่สิ่งที่สำคัญก่อนทำคือ backup เจ้า palm ตัวช่วยก่อนนะครับ เพราะว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบและทับด้วยข้อมูลที่เราต้องการแก้ไขครับ ^_^ แต่ปัญหาจริงๆ มันอาจจะไม่ใช่แค่ calendar หน่ะซิครับ.... อาจจะเป็นกับ contact หรือ Memos หรือ task ก็เป็นได้ดังนั้น เราจะต้องมาเข้าใจ ในเรื่องข้อการเก็บข้อมูลใน palm กันก่อนครับ (รวมถึงการเก็บบน pc เลยหน่ะครับ จะได้มองได้เป็นภาพรวม และจะเข้าใจง่ายมากขึ้น~)

    โปรแกรม
    Database บน Palm ซึ่งรวมทั้งชุด pim เก่าและใหม่ครับ
    Database ที่เก็บบน PC*

    Datebook หรือ Calendar
    DatebookDB หรือ CalendarDB-PDat
    \datebook

    Address หรือ Contacts
    AddressDB หรือ ContactDB-PAdd
    \address

    ToDo หรือ Tasks
    TodoDB หรือ TasksDB-PTod
    \todo

    Memo pad หรือ Memos
    MemoDB หรือ MemosDB-PMem
    \memopad

    * จะอยู่ใน directory C:\Program Files\palmOne\ชื่อ hotsync ครับ
       ตอนนี้เราก็พอจะเข้าใจคร่าวๆแล้วนะครับ ว่า database ของอะไรอยู่ที่ไหนหน่ะครับ แต่ที่จะยกตัวอย่างจะยกเป็นกรณี Calendar ตัวเดียวละกันนะครับ เพราะว่า มันก็เหมือนๆกันครับ เปลี่ยนก็แค่ชื่อ database หน่ะครับ
       อืม ตอนนี้เราก็มาเริ่มลงมือกันครับ อย่างแรกคือ สะสางเจ้า Palm ตัวช่วยให้สะอาดสะอ้านก่อนครับ โดยการเข้า fileZ แล้วไปลบ Database ของโปรแกมที่มีปัญหานั่นแหละครับ ซึ่งก็คือ Calandat ตัวที่เราจะลบนั้น ก็คือ DatebookDB หรือ CalendarDB-PDat ตามตารางครับ ลองเข้า Calendar ดูครับ แล้วเห็นว่า .."ว่างเปล่า" เลย ^_^ แล้วก็ถึงเวลา beam ครับ ซึ่งก็เหนื่อยหน่อยหล่ะครับ โดยเราจะต้องมาสร้าง category ใน palm ตัวช่วย ให้เหมือนในเครื่องของเราก่อนหน่ะครับ แล้วก็ค่อยๆ beam ทีละ category ครับ โดยแต่ละ category ก็ต้อง beam 2 รอบครับ คือ ช่วงตั้งแต่อดีต - ปัจจุบัน กับปัจจุบันไปถึงอนาคตทั้งหมดครับ จึงจะครบถ้วนกระบวนความครับ (แหะๆ หอบแน่นอนครับ แต่ก็ครับ อย่างน้อยก็ ^_^ ได้ตอนจบครับ)

       ก็ทำไปจนครบหน่ะครับ ตอนนี้เราก็จะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ไร้ปัญหาที่เครื่อง palm ตัวช่วยแล้วนะครับ เป็นอันจบในส่วนนี้ครับ
    #2 ขั้นที่ 2: ทำการเก็บข้อมูลที่ไม่มีปัญหา ไว้ใน PC
       คือเราจะต้อง sync เจ้า palm ตัวช่วยครับ โดยที่เราจะต้องตั้งใน hotsync | custom | เลือกตัว conduit ที่ต้องการครับ แล้วตั้งค่าเป็น Handheld overwrite desktop ครับ ในกรณีนี้คือ.. Calendar นั่นเองครับ

    แล้วก็ทำการ sync ครับ..
    Note: จริงๆแล้วการ backup ข้อมูลของ palm ตัวช่วยนั้นเรามา backup ที่ PC ก็ได้ครับ โดยเข้าไปที่ C:\Program Files\palmOne\ชื่อ hotsync ของ palm ตัวช่วย แล้วก็เปลี่ยน database ของเจ้า calendar ซึ่งก็คือ directory "datebook" เป็น "datebook_backup" ไว้ก่อนก็ได้ครับ แล้วตอนที่ทำเสร็จแล้ว ..(คือทุกอย่างเสร็จนะครับ) ค่อยมาลบ "datebook" (ซึ่งเก็บข้อมูลที่เราเพิ่ง beam มา) แล้วเปลี่ยนชื่อ "datebook_backup" เป็น "datebook" แล้วก็ตั้งค่าที่ hotsync เป็น Desktop overwrites handheld ก็ได้ครับ ^_^
       ตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดเราก็มาอยู่ที่ PC หมดแล้วนะครับ ก็ไปขั้นตอนต่อไปเลย~
    #2 ขั้นที่ 3 สุดท้ายแล้ว ^_^: ทำการย้ายข้อมูลที่ไม่มีปัญหานั้น กลับมาที่ Palm ตัวเดิมครับ
       ขั้นตอนนี้เรามาทำที่ PC เกือบหมดหล่ะครับ โดยการย้าย directory "datebook" จาก
    C:\Program Files\palmOne\ชื่อ hotsync ของ palm ตัวช่วย ไปที่ C:\Program Files\palmOne\ชื่อ hotsync ของ palm ตัวที่มีปัญหาครับ
       จากนั้นก็มาเปิดใน Palm desktop เพื่อตรวจสอบข้อมูลครับ ถ้าถูกต้องใน user ของ palm เจ้าปัญหาก็จะมีข้อมูลอยู่ครบถ้วนกระบวนความครับ จากนั้นเราก็ทำการ sync ข้อมูลอีกทีครับ โดยตั้งค่าใน conduit ของ palm เจ้าปัญหาเป็น calendar : desktop overwrites handheld ครับ แล้วก็ sync ครับ จากนั้นก็ เฮ.... อิอิ เสร็จเรียบร้อย แต่อย่าลืมไปเปลี่ยน directory ของเจ้า palm ตัวช่วยให้กลับมาเหมือนเก่าแล้ว sync ซักทีก่อนนะครับ(อยู่ใน note ขั้นที่ 2 ครับ)
    Note: วิธีนี้ผมอิงจากชุด PIM ใหม่นะครับ ซึ่งจะมีเป็น category หน่ะครับ และมีคำสั่ง beam category หน่ะครับ ซึ่งในกรณีของเจ้า palm ที่มีชุด PIM เก่าหน่ะครับ จะต้องทำโดย beam เจ้า database ไปที่เครื่องที่มีชุด PIM ใหม่ครับ แล้วให้เจ้าเครื่องนั้น beam category กลับมาครับ ซึ่งตั้งเป็น all ได้เลย ดังนั้นเราจึงทำแค่ 2 ครั้งก็พอครับ เพราะว่า beam แยก category มาก็ไม่มีประโยชน์ครับ เครื่องรับเราก็ไม่มีอยู่ดีครับ แล้วก็ทำการ sync ได้เลยครับ ^_^
    Tip : การทำอย่างนี้อาจจะเกิด event ที่เหมือนกันในวันที่เราทำได้นะครับ แก้ได้โดยผ่าน palm desktop เลยครับ โดยกดที่ รูปคนหน่ะครับ มุมขวาบนแล้วจะมี window "delete duplicate" ขึ้นมาครับ เราก็ทำเพียงแค่เลือกว่าจะให้ดูที่ตัวไหน ก็กด search และตามด้วย delete ก็เป็นอันเสร็จพิธีครับ..

  • Chatopus

    Jabber Server list (ไว้สำหรับเลือก server ที่ต้องการใช้ซึ่งจะมีความสามารถแตกต่างกันไป)
    RhymBox Jabber Client - Instant Messaging For XMPP / Jabber (สำหรับ register + ตั้งค่า login เพื่อไว้ใช้กับ MSN ได้) (มันเปลี่ยนชื่อจาก Rhymbox เป้น Pandion นะครับ [8 Nov 2005])
       การ register นั้นต้องเลือก server ก่อนครับ... จากนั้นก็หา jabber client บน PC ซักตัวครับ แล้วสมัครกับ client ตัวนั้นได้เลยครับ ตาม wizard ได้เลยครับ
    ในส่วนการตั้งค่าสำหรับ MSN ใน RhymBox

    ในส่วนของ palm

  • Adarian Money

    บนทดสอบโปรแกรม adarian money ครับ ที่ทดสอบเป็น version 2.5 นะครับ
    ...เรามาดูกันก่อนเลย ผลการทดสอบนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนที่ใช้ splashmoney อยู่ จะได้ดูครับ
    เพราะผมก็เป็นคนนึงที่ใช้ splashmoney ครับ แล้วสุดท้ายก็ทนไม่ไหวครับ 55 มาจำนนตัวนี้แต่โดยดีครับ ต้องขอบคุณคุณศุภชัยที่แนะนำด้วยครับ
    ความรู้สึกแรก : ฮ่า ในรูปนะครับ หลังจากที่พินิจพิเคราะ(เว่อร์ครับ จริงๆดูผ่านๆ) เอ..ทำไมมันเหมือนเจ้า splashmoney จังเลย 555
    อ้อ เค้าโม้ไว้ว่า you'll be impressed, it's a guarantee... โอ้ว..ผมเลยต้องลองหน่ะคัรบ แล้วมันก็จริงๆแฮะ

    หน้า transaction log ก็ไม่ต่างกันกับ splashmoney เลยครับ ที่ต่างก็คือมันสามารถรวมทุก account ก็ได้ หรือดูแยกแต่ละ account ก็ได้ครับ ที่สำคัญมันมีแบบกำหนดช่วงได้หน่ะครับ ซึ่งผมว่าเป็นข้อดีมากครับ เพราะตอน splashmoney นั้น โหห ทำไม transaction log มันยาวจัง ยาวจนไม่รู้จะได้กลับไปดูรึป่าวเลยครับ หมดแรงเลื่อนขึ้นเลยครับ

    อันนี้ก็คุ้นเคยครับ เหมือน report ครับ แต่จะแยกได้มากมายครับ
           1. รวม
           2. แบ่งตาม payee
           3. ตาม category
           4. ตาม class
    ซึ่งจริงๆแล้ว splashmoney ก็ทำได้ครับ อืม..ถึงตอนนี้..คงสงสัยอย่างนึง แล้วมันดีไงเนี่ย ..แล้วข้อมูลผมมาจากไหนหล่ะ
    *** มัน import ข้อมูลจาก splashmoney ได้จนหมด..ทุก transaction เลยหล่ะครับ ****
    มันเป็นเหตุผลที่ยอมเปลี่ยนมาใช้มันเลยหล่ะครับ.. แต่ยังไม่ถึงสิ่งที่ผมว่ามันเด่นที่สุดครับ

    สิ่งที่จะช่วยให้เรารู้ความเป็นไปได้สะดวกขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกจุดเด่นของมันครับ ซึ่ง splashmoney ขาดไปครับ.. จะกรอกข้อมูลไปทำไมถ้าเราไม่เห็นว่า. โดยรวมเป็นอย่างไร
    เพิ่มเติม cash flow นี้สามารถจัดเป็นแต่ละ account หรือ เป็น group ก็ได้นะครับ ซึ่ง group อาจจะเป็น acc1 + acc 3 หรืออะไรก็ได้ตามใจเราครับ.. flexibility เป็นเลิศครับ ส่วน Trend นั้นก็สามารถแสดงเป็นรายวัน, รายเดือน, หรือเป็นรายปีก็ได้หมดครับ

    อีกอย่าง..ที่ทำให้ผมตกใจเพราะกรอกมาทุกเดือนเพิ่งจะเห็นว่า พวกโปรแกรมพวกนี้มีประโยชน์ชัดเจนมาก สังเกตที่ income - expense นะครับ 555 ถือว่าประหยัดอดออมดีมาก... คือถ้าย้อนไปดูก่อนหน้านี้นะครับ ของผมนี่ expense แทบจะสูงกว่า income เกือบ 2 เท่าครับ แล้วค่อยๆๆลดจนมาเท่าๆกันแล้วหลังๆนี่ก็ เย้~~~!!! หรือจะแสดงเป็นกราฟ Pie จะแบ่งเป็น category หรือ class หรือ payee ก็ได้ตามต้องการครับ

    มาถึงสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดของเข้าโปรแกรมนี้กันครับ ..
    รูปนี้แสดงให้เห็นสิ่งที่มันแสดงได้มากมายหลายแบบหน่ะครับ ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่มากกว่า splashmoney ครับ
    และสิ่งที่ผมชอบที่สุดก็อันที่เน้นหน่ะครับ "quick access"

    การทำงานของเข้า quick access ก็คือ..
    เป็นการตั้งให้ตัวอักษรเป็นตัวแทนการเรียกการดูแบบต่างๆครับ
    เช่นเราอยู่หน้า transaction log เราเกิดอยากจะดู summary ก็เพียงแค่เขียน s เท่านั้นครับ บน graffiti area หรือบนหน้าจอก็ได้ครับ...(เปิด write anywhere ด้วยนะครับ) มันก็จะไปหน้านั้นทันที...โอ้ว~ จอร์จมันยอดมากเลย
    แล้วถ้าเราจะเปลี่ยนกลับมาก็เขียน t ..ก็เท่านั้นครับ โอ้วว อยากจะดู cash flow ก็เขียน f เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ใช้งานสะดวกมากขึ้นเยอะเลยครับ
    ฮ่าๆ นี่แหละครับ การทำงานอันรวดเร็ว และสะดวกสบาย ที่ผมว่า 55 มีแต่ palm ที่ทำได้อย่างงี้ หึหึ สรุปแล้วว่า..ใครใช้ splashmoney ก็เปลี่ยนมาใช้ได้เลยครับ ...งานนี้ไม่มีข้อเสีย มีแต่ดีกว่า.. เยอะกว่า ง่ายกว่า สะดวกกว่าครับผม
    ปล. ถ้าเป็น t|t3 หรือพวกจอยาวหน่ะครับ จะเห็นเป็นปุ่ม quick access เลยครับ ที่ด้านล่างสุดของจอครับ ซึ่งเครื่อง t|t2 ของผมมันไม่เห็นครับ แหะๆ (เพิ่งมารู้ตอนหลังหน่ะครับ)
    ดังรูปครับ

    การ import ข้อมูลนะครับ

    ก่อนอื่นนะครับ ประเด็นที่เห็นชัดคือ
    splashmoney และเจ้าadarian money มีสิ่งที่เกี่ยวกันอยู่แค่ quicken ครับ 55 คือ sync กับ quicken ได้หน่ะครับ
    เพราะฉะนั้นเราก็ทำตัวเป็น quicken แทนครับ หุหุ
    อย่างแรกที่ต้องทำคือ ต้อง export .qif ออกมาจาก splashmoney ครับ โดยเข้าไปที่ hotsync | custom | splashmoney ครับ ดูตามในรูปนะครับ
    เราจะได้ข้อมูลของทุก account โดยที่จะเป็น account ละ file นะครับ
    จากนั้นเราจะไปเข้าสู่ระบบ import ต่อครับ
    การ import นั้นง่ายกว่าอีกครับ อย่างนึงที่แนะนำคือ จดครับ..
    ข้อมูลใน account ก่อนนะครับ
    1. opening balance
    2. balance สุดท้ายนะครับ
    เพราะว่าการ export มานี่จะมาแค่ transaction ต่างๆหน่ะครับ
    จากนั้นเราก็เข้าไปที่ adarian money นะครับ แล้วก็ตั้ง account พร้อมตั้ง opening balance ไว้ให้เรียบร้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความสะดวกตอน import ครับ ..
    จากนั้น ก็ copy files ที่ export มาวางไว้ที่
    c:\program files\palmone\1010\adarian money\to handheld ทั้งหมดครับ
    แล้วก็ sync ครับ
    จากนั้นก็เข้าโปรแกรม adarian money ครับ แล้วก็ทำตามที่มันแนะนำครับ แล้วข้อมูลจะสมบูรณ์ครับผม
    Links : www.adarian.com หรือ PalmGear.com
    update[10/05/2005]: ตอนนี้มี version 2.6 แล้วนะครับ เพิ่มความสามารถเรื่อง Multiple Databases ทำให้สามารถแยกข้อมูลออกจากกันโดยอิสระได้ครับ เช่น อันนึงของตัวเอง อีกอันนึงของร้าน หน่ะครับ
    update[28/05/2005]: Adarian Money for Windows, v3.0 beta ครับ เพิ่มตัว desktop แล้วครับไม่ยอมน้อยหน้า SplashMoney ครับ นอกนั้นยังเหมือนกับ AM 2.6 ครับ ที่สำคัญมันเหมือนเป็น freeware ไปแล้ว อิอิ
    update[03/06/2005]: Adarian Money for Windows, v3.0 (Build 0883) แก้ไขตัวที่ออกมาก่อนหน้าเรื่อง list ของ payee ไม่ยอมขึ้นที่หน้า add/edit transaction ครับ ตอนนี้ยังใช้ได้ Free!!
    update[20/06/2005]: Adarian Money for Windows, v3.0 (Build 0918) ตัวจริงออกมาแล้วครับ แล้วก็ไม่ฟรีอีกต่อไปครับ กลับมาเป็น Shareware เหมือนเดิมซะแล้วครับ แต่~ เราเก็บ beta version ไว้ให้แล้ว 555 ^_^"