• How to block any particular website in any OS

    Tip รอบนี้จะเป็นวิธีการ block web ใดๆก็ตามครับ โดนเราจะไม่ลงโปรแกรมเพิ่ม คือมันจะเป็น file ที่ OS จะตรวจสอบก่อนที่จะเข้า website เสมอครับ file ที่เราต้องจัดการก็คือ Hosts file ครับ

    เจ้า Hosts file มันคืออะไรกันแน่?
       >> หลักๆแล้ว Hosts file จะเป็น file ที่ถูกเรียกใช้งานตั้งแต่ OS ทำงาน และก่อนที่ OS จะทำการค้นหา DNS ของแต่ละ website name นั้น เค้าจะดูที่ file นี้ก่อนครับ ดังนั้นก็หาเราจัดการที่ file นี้ซะก่อน (หลอกมัน) เราก็จะสามารถ block การเข้า website ตามที่ต้องการได้ครับ

       ok หลักๆแล้ว หากยังงงๆกัน ก็จะอธิบายได้ง่ายๆ อย่างนี้ครับ อย่าง web ที่เราเข้าๆกัน จะมีชื่อไปตามแต่ webmaster จะตั้ง (หรือเช่า/ซื้อมาได้ อิอิ) เช่น www.mycapsules.com เป็นต้นครับ ชื่อนี้จริงๆไม่ได้มีจริงครับ เป็นเพียงชื่อที่ทำให้เรียกง่าย จำง่ายเท่านั้นเอง แต่จริงๆแล้วจะเป็นเลขครับ เป็นชุดเช่นเดียวกับ IP (xxx.xxx.xxx.xxx โดยที่ xxx น้อยกว่า 255) ดังนั้น หากเรามี host และจำ IP ได้ เราก็ไม่ต้องใช้ชื่อ domain ก็ได้ แต่คนอื่นก็คงจะไม่เข้าเป็นแน่ครับ อิอิ

       การทำงานของพวก browser ก็ไม่ยากครับ ก็คือ เมื่อได้รับ input จากผู้ใช้เป็นชื่อ domain มันก็จะไปหาว่า ชื่อ domain นี้มีที่อยู่จริงๆเป็นอะไรกันแน่ แต่การหาของมันก็จะดูที่ Hosts file ก่อน หากไม่เจอ ก็จะค่อยไปหาจาก internet ครับ ในจุดนี้แหละครับ ที่เราสามารถไป “หลอก” ซะก่อนตั้งแต่ต้นเลยครับ ก็จะทำให้มันคิดว่าไม่มีจริงไปครับ

       มาถึงวิธีจัดการครับ ง่ายมากๆ ที่ต้องมีคือ Notepad หรือ text editor ที่ถนัดมือครับ ไม่สนใจว่าจะดี ฟรี หรือไม่ก็ตาม ใช้ได้เป็นพอครับ แต่ไม่ใช่พวก MS Word นะครับ เพราะตาม default แล้ว file .doc มันจะใส่ค่าต่างๆเช่น ชนิดตัวอักษร ค่าต่างๆเกี่ยวกับกระดาษสำหรับ printer ซึ่งไม่ใช่แค่ text เท่านั้นครับ
       สำหรับ Windows นั้น Hosts file จะอยู่ที่ต่างๆกันออกไปตามแต่ละ version ครับ

    Windows XP  	=  	C:\WINDOWS\SYSTEM32\DRIVERS\ETC
    Windows 2K 	    = 	C:\WINNT\SYSTEM32\DRIVERS\ETC
    Win 98/ME       = 	C:\WINDOWS
    

    file จะชื่อ hosts เลยนะครับ จากนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือ หลอกมันครับ… ให้เปิดเข้าไปดูจะเห็นที่หน้าบรรทัดสุดท้ายครับ จะเห็นเป็น

    127.0.0.1	localhost
    

    อันนี้ถ้าคนติดตั้ง webserver ในเครื่องคงเห็นกันบ่อยครับ และนี่แหละครับ เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราพิม localhost แล้วมันรู้ ดังนั้นเราจะได้ว่า column แรกคือ DNS, column ที่ 2 เป็น Domain name นะครับ (คั่นกลางด้วย tab หรือ space ก็แล้วแต่ครับ) ดังนั้นเราจะเพิ่มได้อย่างเช่น เราจะ block เจ้า ebay.com ละกันครับ เราก็จะเพิ่มได้ว่า

    0.0.0.0	www.ebay.com
    

    หรือ

    0	www.ebay.com
    
     

       แค่นี้เลยครับ จริงๆจะใส่เป็น 127.0.0.1 ก็ได้ครับ ถ้าเป็นเครื่องปกติไม่มี webserver ก็จะให้ผลเหมือนกัน 0.0.0.0 และ/หรือ 0 แหละครับ แต่ถ้าใส่เป็น 127.0.0.1 ก็จะกลายเป็น redirect เป็น webserver ของเราได้ซะงั้นครับ ^_^ กลายเป็นประโยชน์สำหรับบางคนได้เลยด้วยครับ จากนั้นก็ save ครับ ก็เรียบร้อยแล้วครับ เท่านั้น browser ก็จะเข้าไม่ได้แล้ว ;-P ง่ายดีมั้ยครับ
       ประโยชน์อีกอย่างของการแก้ไข hosts file คือสามารถ block พวก ad ได้อย่างสบายเลยครับ มีคนทำให้แบบยาวเหยียดเลยครับ หาจะลองเอาไปดูก็ตาม link นี้ครับ hosts (เวลาใช้จริง ก็ copy ไปแล้วไป paste ในต่อ hosts file เดิมนะครับ)

    Note::
       1. สำหรับ windows บาง version จำเป็นต้อง restart เพื่อที่จะมันทำงานได้สมบูรณ์ครับ (หลักๆแล้วก็ 9x core ครับ)
       2. ในกรณีของ windows XP นั้นหาก hosts file ยาวเกินไปจะทำให้เครื่องช้าลงครับ (แต่ก็แก้ได้โดยการปิด service ดังนี้ครับ)
       3. สำหรับ Firefox อาจจะมีกวนบ้างครับ เช่น www.jamsai.com ถ้าเป็น Firefox บาง version อาจจะเข้าด้วย jamsai.com ได้ซะงั้น :-/ ไว้หาก่อนนะครับ ว่าจะจัดการกับมันยังไง 55 ยังแก้ไม่ได้
       4. 555 อันนี้ไม่รู้ทำไมต้องใส่เป็น windows เท่านั้นด้วยนะ กลัว OS อื่นเคืองครับ มาดูสำหรับ OS อื่นกันครับ ว่า Hosts file มันอยู่ที่ไหนกันครับ

    • Mac OS X

    อยูทึ่ /etc/hosts ครับ แต่ต้องใช้ terminal จัดการนะครับ หุหุ ไว้ค่อยเขียนเรื่อง Mac กันทีเดียว 55

    • Linux

    อันนี้ก็ Unix-based เหมือนกันครับ ก็อยู่ที่เดียวกันนั่นแหละครับ /etc/hosts ครับผม

    การปิด DNS Client service :-
    1. Start >> run >> “service.msc”
    2. หาที่ DNS Client มันควรจะมี Startup Type เป็น Started ครับ
    3. แก้ให้มันเป็น Disabled ครับ เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ
    <hr size="1" width="90%">
    Reference::

  • Tapwave Zodiac 2

    ขาดช่วงมาพักนึงครับ (เอ.. จริงๆก็มี Treo นี่นา แต่ว่าไม่ได้เขียนจริงๆจังๆในนี้ 55) คราวนี้เปลี่ยนฐานที่มั่นแล้วก็มีเครื่องใหม่มาให้ review ต่อกันเลย แต่ว่า นะ 55 เหมือนจะเยอะไปครับ เลยแบบว่าไม่รู้จะเลือกตัวไหนดี ยังไงก็เถอะก็ได้มาแล้วครับ review ตัวแรก (และบอกได้ว่า เป็นตัวที่น่าสนใจกว่าครับ ถึงได้ review ก่อน) ในตอนแรกกะจะทำให้มันเป็นการเปรียบเทียบกับ TX เลยครับ แต่ไปๆมาๆ คิดใหม่ทำใหม่ เลยจะ review แค่ตัว zodiac นี้เหมือนกับ review เก่าๆ ไว้สรุปเทียบกัน 2 ตัวแยกเป็นอีกเรื่องดีกว่าครับ เพราะถ้าเทียบกันในนี้มากไปจะทำให้คนที่ไม่เคยใช้น่าจะนึกภาพลำบากกว่า อีกอย่าง จะเน้น software แบบ out-of-box เป็นหลักนะครับ เพราะว่า อย่างน้อยเราก็จะได้เห็นเครื่องจริงๆ ว่าเป็นยังไงส่วนเรื่อง tweak ก็คงจะมีบ้าง
       เกริ่นไปยาวครับ กลับมาเข้าเรื่อง Tapwave Zodiac 2 ตัวนี้เป็นตัวที่อยากได้มาตั้งแต่จะซื้อ T2 แล้วครับ แต่ด้วยความที่มันแพ๊ง แพง แถมขายแต่ใน US (จริงๆก็เพราะขนาดของมันด้วย ตามภาพ) ทำให้เลือก T2 และเป็น mycapsules.com มาถึงทุกวันนี้ 55 พอวันนี้ได้โอกาสสอย Zodiac 2 ใหม่แกะกล่องมา $100 นิดๆ บอกได้คำเดียวว่า.. รู้งี้ซื้อมาตั้งนานแล้วครับ

       แต่น่าเสียดายย้อนหลังมากๆเลยครับ ที่ tapwave เค้าเลิกทำไปแล้ว ดังนั้นถึงจะหาซื้อเครื่องได้แต่เรื่อง support จะไม่มีครับ และจุดสำคัญคือ SDK -_-' ผมเคยมีแต่ตอนนั้นไม่มีเครื่อง หลังจากที่ harddisk ที่บ้านพังไปแล้วตอนนี้จะหามาจากที่ไหนเนี่ย~~ นี่ถือเป็นข้อเสียจริงๆครับ แต่ว่าแค่นี้ก็ดีมากแล้ว มาดูกันดีกว่า

    Spec
       นี่เป็นจุดเด่นจุดแรกของเครื่องจากค่าย Tapwave เอ.. รู้กันนิดนึงก่อนดีกว่า คือจริงๆแล้ว Tapwave กับ Palm นั้นใกล้ชิดกันมาก เพราะว่าทีมงานของ Tapwave นั้นเป็นทีมงาน product marketing ของ Palm ครับ แล้วออกมาทำ Tapwave ให้แตกต่างออกไปจากตัวเดิม ..และเค้าก็ทำได้จริงๆ ผมว่าแม้กระทั่งตอนนี้ยังไม่มี PDA ตัวไหนที่มี spec ดีเท่า Zodiac 2 ละครับ (ไม่ว่าจะ OS ไหนก็เถอะ) หลักคือ เป็น Palm ที่แปลกตรงที่แยกการประมวลผลทั้งภาพและเสียงให้เป็นอิสระจาก CPU โดยมี ATI Imageon 4200 w/8MB SD RAM และ Yamaha PA2 รับหน้าที่ตามลำดับ ดังนั้น CPU อย่าง Motolora ARM 9 200MHz ก็ตอบสนองได้อย่างสุดยอดจริงๆ ดูก็จะมีแค่ Clie ครับ ที่ Hardware พอจะสู้ได้บ้าง โดยทาง Sony เค้าจะใส่ Chip ประมวลผลภาพมาด้วย แต่จะเป็นแค่ 2D และไม่มี SDK รองรับการเขียน 3D อย่าง Zodiac ครับ ส่วนประมวลผลเรื่องเสียงที่แยกออกเป็นอิสระจะไม่มี PDA ตัวไหนทำ มาดูกันเลยครับ ว่า Tapwave ทำได้ดีขนาดไหน คราวนี้จะเป็นตารางเทียบกับหลายๆตัวเลยนะครับ
    Features Tapwave Zodiac Palm Tungsten T3 Sony CLIE UX50 HP IPAQ 4155 Nokia N-Gage QD
    Description Entertainment Console w/ full PDA capabilities Traditional 4-button, Organizer or PDA Keyboard-Centric PDA with low-res camera Traditional 4-button Organizer or PDA Hybrid mobile phone & Gaming Deck
    Open Operating System Palm OS 5.2T Palm OS 5.2.1 Palm OS 5.2 Windows Mobile 2003 Symbian OS 6.1
    Metal Housing (Anodized Aluminum) (Aluminum) (Painted Plastic) (Painted Plastic) (Painted Plastic)
    Graphics Processor (2-15x faster > Palm T3)
    Graphics Processor
    High Resolution Display (480x320) (320x480) (480x320) (240x320) (176x208)
    Large Viewing Area (3.8 inch) (3.8 inch) (3.25 inch) (3.5 inch) (2.1 inch)
    Touch Screen
    Analog Controller (360 degrees + selection) (4 way + selection) (Jog Dial) (4/8 way + selection) (4/8 way + selection)
    Internal Memory (128 MB-Z2) or (32 MB Z1) (64 MB) (104 MB) (64 MB) (3.4 MB)
    Video/Graphics Memory (8M Extra)
    Expansion Slots (2 slots - SD, MMC, SDIO) (1 slot - SD, MMC, SDIO) (1 slot - Memory Stick) (1 slot - SD, SDIO) (1 slot - MMC)
    High Capacity Batteries (1540 mAh) (900 mAh) (1000 mAh) (1070 mAh)
    Audio Processor (Yamaha PA2)
    Stereo Speakers 2 Speakers (Stereo) 1 Speaker (Mono) 1 Speaker (Mono) 1 Speaker (Mono) 1 Speaker (Mono)
    Earbuds or Headphones (included) (included)
    Game Vibration Effects
    Action Triggers
    Wireless Capabilities (Bluetooth, IrDA) (Bluetooth, IrDA) (WiFi, IrDA, Bluetooth) (WiFi, IrDA, Bluetooth) (Dual Band GSM, IrDA, Bluetooth)
    Synchronization (PC - Palm Desktop, MS outlook. Mac - 3rd Party) (PC - Palm Desktop, MS Outlook. Mac - Bundled) (PC - Palm Desktop, MS Outlook. Mac - 3rd Party) (PC - MS Outlook. Mac - 3rd Party) (data cable available)

       จาก spec จะเป็นการเทียบรุ่นที่อยู่ในเวลาที่ Zodiac ออกมา แต่อย่างว่าครับ สำหรับ Clie ก็มี TH55 ออกมาตามหลังซึ่ง spec ไม่ได้ดีกว่า เว้นแต่จอใหญ่กว่า ส่วน Palm ก็จะมี T5, TX กับ LifeDrive ที่มี spec สูงกว่า T3 เพียงแค่ Memory และ/หรือ wifi ดังนั้นก็ใช้ตารางนี้ก็ไม่น่าจะเรียกว่าเก่าไปแต่ประการใด เอาเป็นว่าที่เด่นจริงๆของ Zodiac นอกเหนือจากระบบประมวลผลก็ยังจะมี Dual SD-slot ที่เป็น SDIO ข้างนึง (ใส่ sandisk 256MB + wifi หรือ sandisk wifi ตัวอื่นได้ด้วย ที่นอกเหนือจาก PalmOne product) และยังมี stereo speaker อีกด้วย เจ๋งๆมากๆครับ เสียงเรียกได้ว่า ok ทีเดียว เรื่องความดังก็หายห่วงจริงๆ ไม่เหมือน clie ที่เสียงดี แต่เหมือนกระซิบเลยครับ (TH55) ;p นี่ก็บอกจะบอกได้แล้วละครับว่า zodiac ตัวนี้น่าประทับใจรึป่าว? แต่จะมากจะน้อยก็ต้องดูกันต่อๆไปครับ



    Design & Material

       จากรูปใน web จากทุกอย่าง และความรู้สึกตอนเปิดกล่องครั้งแรก ผมบอกได้เลยครับ ว่าอึ้ง.. มันเล็กและ "บาง" กว่าที่คิดไว้มาก คิดว่าคงมีไม่กี่เครื่องที่จะออกแบบได้บางแต่จับถนัดมืออย่างนี้นะครับ เรื่องการออกแบบที่ทำให้จับได้ถนัดอาจจะเป็นผลมาจากการที่ตลาดเป็น game console ด้วยมั้งครับ ก่อนจะเข้าถึงเรื่องอื่นมาดูขนาดกันก่อน

      Portrait Measurements
      Height 5.6" (143 mm)
      Width 3.1" (787 mm)
      Depth 0.55" (139 mm)
      Weight 6.3 oz. (178 g)
       สำหรับ Zodiac เป็นการออกแบบเพื่อการใช้งานแบบ landscape ต่างกับ palm ทั่วๆไปที่ออกแบบให้เป็น portrait ละครับ ดังนั้นการวางตำแหน่งปุ่มของมันทั้งหมด รวมทั้งการออกแบบโปรแกรมก็จะเพื่อการใช้งานแบบ landscape ด้วยเช่นกัน บางคนอาจจะคิดว่าเครื่องไหนๆ ใช้แบบ landscape ได้ทั้งนั้น เป็นมาตั้งแต่ T3 แล้วนี่นา จริงๆจะบอกอย่างนั้นก็ถูก แต่ปัญหาของมันก็คือจะมีซักกี่คนที่ใช้ T3 หรือรุ่นอื่นๆ ในแบบ landscape อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะจริงๆแล้วมันก็แค่ด้วยทุกอย่างมันไม่เหมาะกับการใช้งานครับ
       มาดูขนาดเทียบกับเครื่องอื่นๆกัน ก็ได้เท่าที่มีตอนนี้ ก็น่าจะพอเปรียบเทียบอะไรได้บ้างครับ

       จากรูปจะเรียงจาก TX, Zodiac, c505, Treo 650 และ T2 และสังเกตได้ว่า Zodiac กับ TX นี่หนาแทบจะพอๆกันเลยครับ แต่พอดูกันจริงๆ จะดูเหมือน zodiac บางกว่าพอสมควร คงเพราะการออกแบบและความยาวของ Zodiac ที่มากกว่าด้วย เลยกลายเป็นดูบางเลยครับ แต่ก็เป็นไปตามที่คิด ที่ zodiac นั่นยาวใหญ่ที่สุดจริงๆครับ (แต่จับถนัดมือ ในความรู้สึกแล้วไม่คิดว่าใหญ่ขนาดนั้นเลยจริงๆ)
       สำหรับวัสดุที่ใช้ทำ body เป็น anodized aluminum ง่ายๆคือ aluminum เคลือบนั่นแหละครับ ทั้งบางและเบา ได้ความรู้สึกดีกว่าพวก plastic เคลือบเยอะมากครับ บอกได้เลย จะ treo จะอะไรก็สู้ไม่ได้ครับ ตรงนี้ ก็คงเหลือแต่ palm รุ่นเก่าๆอย่าง Vx ถึง T3 ละครับ ที่ยังคงเป็น aluminum อยู่ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเค้าจะเปลี่ยนเป็น plastic กันหมดทำไมนะ คงเพราะลดต้นทุนละมั้ง~ แต่จริงๆแล้วถ้าทำพวกนี้ให้ดี เพิ่มราคาหน่อยผมว่าก็มีคนซื้อละ ;p ตอนนี้ผมมีก็แค่ c505 ที่เคลือบสีดำเหมือนกันครับ ผิวของ c505 จะหยาบกว่าหน่อยครับ zodiac ดูงานละเอียดกว่าพอสมควร แต่ก็จะไม่ดำมาก เป็นสีดำเทาๆครับดูขรึมๆครับ

       มาดูด้านบน-ล่างและข้างๆกันต่อ: ด้านบนจะเป็น Dual SD-Slot ด้าน ซ้าย (slot 2) จะเป็น SDIO ส่วนอีกตัวเป็น SD slot ธรรมดา ความสุดยอดของ tapwave อย่างที่บอกไปคือ tapwave เค้าทำ driver ออกมาให้รองรับ wifi เกือบทุกตัว (นอกเหนือจาก PalmOne SD Wifi) ดังนั้นเรื่อง wifi ไม่มีปัญหาครับ แล้วปุ่มที่เห็นอยู่บน SD slot ก็คือปุ่ม bluetooth ไว้ค่อยคุยกันอีกทีครับ ในการใช้งานจริง แบบว่าสะดวกมากๆจริงๆ ส่วนแบบ T3, T5 แม้จะมี statusbar ที่กดเปิดปิดได้ก็ไม่อาจจะเทียบได้ครับ แล้วที่เป็นยาง 2 ข้างๆ นั่นเป็นปุ่มเหมือนกันครับ เป็น L กับ R trigger ก็ถ้าใครเล่น game console คงเข้าใจประโยชน์มันอย่างดีครับ (แหะๆ ไม่ใช่ผม เลยแบบว่าเฉยๆ) ส่วนด้านล่างก็จะมีเพียงแค่ connector เป็นแบบเฉพาะของ tapwave ผมไม่แน่ใจว่านี่เป็นข้อเสียมากรึป่าวนะครับ แต่มันหา connector ยากมากๆ แต่ก็ถอดเสียบสะดวกกว่า multi-connector ของ palm ใหม่พอสมควร จนบางทีเวลาเสียบเริ่มงง ว่าเรียบร้อยรึยัง? ที่เห็นอยู่ด้านขวาของ connector (จริงอยู่ทางซ้ายมือถ้าถือเครื่องปกติ) เป็น stereo headset jack ขนาด 3.5mm ซึ่ง tapwave ก็ไม่ลืมที่จะแถม headset มาให้พร้อมกับตัวเครื่องด้วย แม้จะไม่ได้หรูหราแต่ก็ ok ทีเดียวครับด้านข้าง ทั้ง 2 ข้างจะเหมือนกัน ต่างกันที่ฝั่งนึงจะมี 3.5mm stereo jack ซึ่งรับกับโค้งของเครื่องได้ดีทีเดียว ส่วนข้างๆจะเป็นยางยาวจากด้านบนที่เป็น trigger ถึงด้านล่างครับ ด้วยการทำอย่างนี้ทำให้มันจับสะดวก เหมาะมือ แต่บอกไม่ได้ ว่าถ้าใช้เป็นนานๆจะเป็นอย่างไร แต่หวังว่าคงไม่มีปัญหาอะไรครับ

       มาดูด้านหลังกันก่อน ด้านหลังเป็นแหล่งรวม logo ครับ ที่เด่นๆก็มี Tapwave: first edition (เสียดายที่เป็นแค่ edition เดียวซะด้วย), Palm และตามมาด้วย ATi ที่แสดงให้เห็นว่าใช้ graphic chipset ของ ATi นะ สิ่งที่เป็นปกติอีกอย่างคือ screen cover ครับ ของ tapwave จะเป็น Vinyl ครับ เรียกว่า ปิดหน้าจอพอดิบพอดี (แค่หน้าจอเลยครับ)

       แต่ด้วยความที่มันนิ่มเลยไม่มีปัญหาว่ามันจะเกะกะแต่อย่างใดครับ แต่มันป้องกันจอได้ดีทีเดียวครับ อีกอย่างที่ผมว่ามันน่าจะมีในทุก palm device คือ ช่องเสียบสายรัดข้อมือ คือด้วยความที่เป็น game console เค้าคงไม่ลืมที่จะเป็นห่วงคนที่เมามันกับเกมมากไปจนอาจหลุดมือมั้ง ;p ปุ่ม reset ก็สามารถใช้ stylus เสียบได้ทันที ไม่ต้องมีพิถีรีตรองอะไรให้ยุ่งยากครับ

       สิ่งที่เด่นที่สุดของด้านหลังของ zodiac คือ ที่เสียบ stylus ครับ ตัวยึดจะเป็นยาง 4 ปุ่มวางไว้เพื่อรัด stylus ให้อยู่กับที่ครับ ดูเหมือนไม่แข็งแรงแต่ก็รับ stylus ได้แน่นมากทีเดียว แต่ก็ไม่มากจนทำให้เสียบลำบากครับ สำหรับการทำเช่นนี้ทาง tapwave เค้าให้เหตุผลว่า ไม่อยากให้ stylus silo มาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกแบบตัวเครื่อง การทำ silo เสียบเหมือนทั่วๆไปจะทำให้เครื่องต้องมีความหนาขึ้นมากเกินไป ไม่งั้นก็ต้องลดขนาด stylus ซึ่งจะทำให้ไม่สะดวก เลยใช้วิธีนี้แทนครับ ผมว่า เค้าเลือกที่จะทำให้แตกต่างแต่ก็ไม่ได้ทำให้มันใช้งานลำบากขึ้น นับว่าเก่งทีเดียวในจุดนี้

       ส่วนด้านหน้าก็จะมีหลักๆคือ analog controller กับ action buttons ทั้งสองตัวนี้ทำงานคล้ายๆกับ 5-way และ 4-standard button ของ Palm ทั่วๆไป แต่ปัญหาคือมันไม่ธรรมดาและก็ไม่ใช้เหมือนกันจริงๆด้วยครับ ไว้ค่อยไปคุยต่อในรายละเอียดในส่วนต่อๆไปครับ สำหรับ analog controller ความรู้สึกแรกที่จับผมรู้สึกว่ามันลื่นไปหน่อย คือขยับง่ายไปนิด (แหะๆ จริงคือความคิดของคนไม่ค่อยเล่นเกม เลยอาจจะต่างกันไปตามแต่ละคน) แต่พอใช้คุ้นๆก็ ok ตอบสนองได้ดีตามใจเรา ไม่มีผิดพลาดอะไรให้เห็นครับ ส่วน action buttons ผมว่ามันเพื่อเล่นเกมมากไป คือมันไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไรนักหาไม่ได้เล่นเกม นอกเหนือจากปุ่มหลักทั้งสอง ยังมีปุ่ม power อยู่บน analog controller ปุ่มนี้จะมี LED 2 สี: เขียว-ส้มไว้แสดงในสถานะที่ต่างกันครับ

      สีเขียว เปิดตลอด: คือ ชาร์จเต็มแล้ว
      สีเขียว กระพริบ (อันนี้เป็นอะไรที่เจ๋งมาก มันจะไม่กระพริบจริงๆ แต่มันจะค่อย fade in และ out แบบที่ไม่คิดว่าจะมีอะไรอย่างนี้ใน palm ครับ) อันนี้คือ เปิด MP3 แต่หน้าจอปิดไปเรียบร้อยแล้ว
      สีส้ม เปิดตลอด: คือ กำลัง charge
      สีส้ม กระพริบ คือ battery กำลังจะหมด
      สีแดง กระพริบ คือ battery หมด ปิดก่อนจะสายครับ

       ปุ่ม power นั้นจะสูงเท่าๆกับตัว body เลยครับ ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะไปกดมันพลาดเลย ปุ่มต่อมาเป็นสีเงินๆ คือปุ่ม function ปุ่มนี้เป็นปุ่มพิเศษจริงๆ มันจะใช้ใน Zodiac Launcher, สำหรับในโปรแกรมต่างๆไว้เปลี่ยน form อย่างเช่นใน calendar ก็จะเป็นการเปลี่ยนจาก agenda view >> day view >> week view >> month view ตามลำดับ ซึ่งก็เป็นอย่างนี้กับเกือบทุกโปรแกรม และยังใช้เป็นปุ่มสำหรับกด Done หรือ No หรือ Cancel อีกหน้าที่นึงที่ขาดไม่ได้คือไว้สำหรับ Warm Reset เป็นการออกแบบที่ใช้ได้ทีเดียวครับ แปลกดีครับ ปุ่มสุดท้ายก็คือปุ่ม home อันนี้ก็ถ้าใช้ palm ยังไงก็ต้องรู้จักครับ
       นอกเหนือจากปุ่มแล้วยังมี speaker อยู่ทั้ง 2 ข้างเป็น stereo ครับ เรียกได้ว่า ok ทีเดียว ข้อดีมากๆของการวางลำโพงไว้ด้านหน้าก็ชัดๆ คือ ได้ยินชัดเจนต่างกับพวก TE, T5, TX ที่แม้จะพัฒนาให้ดังขึ้นแต่ก็ไม่สามารถสู้พวกลำโพงด้านหน้าได้

       หน้าจอของ Zodiac นั้นมีความยาวแนวทะแยงก็ 3.8" เท่าๆกับ TX, Lifedrive แต่ตัวหน้าจอจริงๆจะใหญ่กว่า เพราะจะมีขอบสีดำกว้างกว่าตัว TX

       นี่เป็นสาย Hotsync เรียกได้ว่าทำมาได้เนียนทีเดียว ซึ่งก็มีข้อเสียก็ตรงที่ใช้ connector ของตัวเองนี่แหละ มันก็เลยใช้กับใครไม่ได้ครับ สำหรับสาย sync มีที่เสียบสายไฟเหมือนกับ palm รุ่นเก่าๆ แต่ทำได้สวยงามกว่าพอสมควรทีเดียว คือจะมี connector แถวๆ USB ที่เสียบกับ com เลยครับ เพื่อจะเอาสายไฟมาเสียบ ทำแบบว่าถ้าหายเมื่อไหร่แย่แน่ๆครับ

       นี่เป็น adapter ที่เสียบกับสาย hotsync ข้างต้น เพียงแต่ว่าตัวสายที่ออกแบบมาสวยงามก็ยังเสียบเจ้า zodiac ได้โดนตรงอีกด้วย งานนี้ต้องยกมือให้คนออกแบบครับดูลงตัวไปทุกอย่างครับ ;p

       สำหรับ Zodiac ทุกเครื่องจะมาพร้อม Tapwave sport carry bag ครับ ไว้ใส่ Zodiac เรียกว่ามาคล้ายๆ Clie งานนี้เอาเป็นว่าก็ควรใช้ละครับ ตรงที่เก็บเครื่องจะมีหนามเตยอยู่ที่ bag ซึ่งสีขาวๆที่เห็นคือเค้าจะเอาไว้ให้ติดกับ zodiac เพื่อจะได้ไปเกาะติดกับ bag ไม่ให้หล่นครับ ยึดติดแน่นดีมากๆ ไม่ใช่แค่วางเฉยๆครับ



    built-in Software

       สำหรับ Tapwave Zodiac นั้นมีโปรแกรมมาให้แบบจุใจและใช้ได้ดีหลายๆตัวเลยทีเดียว มาดูกันก่อน ว่ามีอะไรบ้างครับ

       ก่อนอื่นเรามาดู Zodiac Launcher กับ statusbar กันก่อนเลย สำหรับ statusbar ของ zodiac แล้วค่อนข้างจะเหมือนกับตัวของ palmsource ทีเดียว (simulator) แต่ก็แตกต่างกันในบางจุด เรามาดูกันก่อนเลยครับ

       สำหรับ status bar ของ zodiac ก็จะมีทั้งหมดตามรูป สิ่งที่เจ๋งสุดๆ คือ ปุ่ม Music แบบว่าเป็น pop-up เลยครับ ไว้ค่อยไปดูในตัวโปรแกรม Music กัน แต่เจ๋งจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะมีแต่สิ่งที่ดีครับ สิ่งที่แย่ที่สุดของ statusbar ตัวนี้ก็คือ "เวลา" ... ขาดตัวแสดงเวลาไปได้อย่างไรก็ไม่ทราบ -_-' สงสัยไม่อยากให้เวลามารบกวนการเล่นเกมมั้ง อิอิ
    สำหรับ Zodiac แล้วแม้จะออกแบบเป็นเครื่องเกมแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะมี organizer ตามแบบของ palm นะครับ และด้วยความที่ว่า Tapwave เป็น licensee ของ PalmSource ดังนั้นชุด orgnizer ก็จะเป็น datebook, address, todo list , memopad ไม่ใช่ชุด PIM ใหม่จาก palmOne นะครับโดยชุดนี้จะไม่แตกต่างกับชุด PIM เก่ามากนักโดยสิ่งที่ต่างคือสามารถรองรับ Hi-res+ ของ Tapwave ได้สมบูรณ์แบบทั้ง landscape และ portrait นะครับ (แหะๆ คือเอา PalmOne PIM มาลงก็ไม่สามารถใช้ Hi-res+ ได้ทั้ง 2 แนวนะครับ แต่ก็ใช้ได้แบบ 320px*320px ครับ)
    My Stuff ที่แบ่งกลุ่มอย่างนี้ไม่ได้แบ่งเองนะครับ มันเป็น default ตาม launcher ครับเลยแยกมาให้ด้วยเลย สำหรับตัวแรก Clock

       โปรแกรมนี้ไม่ได้แตกต่างกับการบอกเวลาธรรมดาทั่วไป เพียงแค่มันเพิ่ม Alarm Clock และ Timer เข้ามาด้วย สำหรับตัว Timer นี้ก็ธรรมดา แต่เรียกได้ว่ากดง่ายพอสมควรที่เดียว เพราะมีเลขทั้งหมดมาให้เพียงแต่จิ้มๆไปตามปกติ และ Alarm Clock ก็เอาไว้ปลุกนั่นแหละครับ 55 ที่พิเศษคือ มันปลุกด้วย MP3 ได้ด้วย ;p เรียกได้ว่าครบเครื่องดีทีเดียวครับ
       สำหรับ WordSmith - บางท่านคงรู้จักดี เป็นโปรแกรมที่ทำให้ memopad ของเรามีสี ตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้อะไรพวกนี้ขึ้นมาได้ ด้วยการใส่ tag เพิ่มขึ้นในตัว memo เอง ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่ามันดีหรือยังไง เพราะผมยังติดใจ memopad แบบเดิมมากกว่า ด้วยความที่ว่ามันทำให้ memopad ของเรามี tag แปลกๆเพิ่ม เช่น ..... จะเป็นสีแดงเป็นต้น แต่ไม่ใช่เพียงแค่เท่านี้ WordSmith ยังอ่าน .doc ได้อีกด้วย แต่ปัญหาของมันคือ save เป็น native ไม่ได้ ต้องผ่าน hotsync เท่านั้น ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีของหลายๆคน แต่ผมยังเลือกที่จะใช้ memopad อยู่ครับ อ้อ ..ลืมไปอย่าง ของการที่อ่าน .doc ได้ คือ ทำให้ข้อจำกัดของ text file ที่ 32kB หายไป ดังนั้นเราก็สามารถที่จะเขียนได้ยาวเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการครับ ผมคิดว่าถ้าใคร sync ได้ไม่มีปัญหานี่ WordSmith เป็นทางเลือกที่สะดวกทีเดียวในการเก็บ เขียน แก้ไข document
    InkStorm - โปรแกรมนี้เจ๋งจริงๆ เป็นเหมือน chat ผ่าน bluetooth ครับ มีอยู่ 2 แบบ โดยจะเป็น text chat หรือว่า whiteboard chat ก็ได้ครับ ไม่ต้องมีการ pair เพียงแค่กดหาก็ chat กันได้เลย ความเร็วก็เรียกได้ว่า realtime ไม่มี lag เลยแม้แต่น้อย ที่สำคัญคือเอาไปลงเครื่องอื่นได้ด้วยครับ เพียงแค่ว่าถ้าไม่ใช่ Zodiac ก็จะกลายเป็นว่าใช้ได้แค่ 320px*320px ครับผม อันนี้ให้เต็ม 5 ดาว โปรแกรมนี้ :-D
    Calculator - ตัวนี้ก็เป็นตัว standard ของ palmsource เลยครับไม่มีอะไรนอกจาก + - x % ครับ ผมแนะนำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ลง Scientific Calculator ของ PalmOne ไปเลย ดีกว่ามากๆครับ
    Media - ในส่วนของ media ผมจะไม่กล่าวถึง kinoma player และ palm reader ครับ เพราะเป็นตัวที่ผมก็ไม่ใช้จริงๆ kinoma player นั้นสมควรที่จะถูกทดแทนด้วย TCPMP ไม่ใช่แค่เพราะว่า มันรองรับ file เยอะที่สุด แต่ TCPMP นั้นเขียนมาเพื่อ optimized zodiac (หรือ ATi W4200) มาโดนตรงครับ การที่เค้ารองรับ zodiac ก็ไม่ใช่อะไร เพราะว่า zodiac community อย่าง tapland ร่วมกัน donate ซื้อ zodiac และเงินประมาณ $350 ให้กับ programmer ของ TCPMP ให้ทำให้ (ผมละทึ่งกับ community อย่างนี้จริงๆ) ทำให้ TCPMP ใช้กับ zodiac ได้ดีมาก และที่สำคัญคือ zodiac นั้นลง native file ได้โดนที่ไม่ต้องใช้ SD เหมาะกับ entertainment console มั้ยครับ ;p เข้ามาดูกันในส่วนแรกก่อน music!

       music เป็นโปรแกรมที่รองรับเพียงแค่ mp3 แต่นั้นก็ไม่ใช่จุดเด่นที่สุดของมันครับ จุดเด่นของมันที่ไม่สามารถทำให้โปรแกรมอย่าง pTunes หรือ Realplayer มาครองใจคนใช้ zodiac ได้ก็คือมันรวมเข้ากับ launcher และ statusbar ได้อย่างสมบูรณ์ กล่าวคือ ที่ statusbar จะมีปุ่มสำหรับเรียก music popup ขึ้นมาได้เลย โดยที่ไม่ต้องเข้าโปรแกรมครับ ส่วนปุ่ม hold นั้นคือการปิดหน้าจอ การใช้งานของโปรแกรมนี้ก็ยังใช้งานกับ analog controller ได้สมบูรณ์แบบอีกด้วย สิ่งที่ขาดไปของโปรแกรมนี้คือ mp3 detail ต่างๆ, ดูชื่อก็ไม่ค่อยจะสะดวกนัก และสุดท้ายคงเป็น graphic equalizer ที่ทำให้หลายๆคนชอบ pTunes มั้งครับ แต่สำหรับผม เอาเป็นว่า music ตัวนี้ก็ทำได้น่าพอใจมากๆแล้ว :-D

       โปรแกรมต่อมาคือ photos จากการที่ใช้ Palm (PalmOne) product มาตลอด เลยทำให้คิดว่าโปรแกรมสำหรับดูรูปคงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่า resco photo viewer แต่พอมาเจอ photos ตัวนี้ ทำเอาอึ้งครับ การทำงานของ Photos ต่างกับ resco viewer สุดๆ คือ การทำงานของ resco viewer ที่มันเร็วไม่ใช่แค่เพราะว่า algorithm มันดี แต่มันยังใช้วิธีสุดยอดคือจัดการเก็บ thumbnail เป็น cache ซะเลย ทำให้มันเปลืองที่พอสมควรเลย (ก็ถ้าแลกกับความเร็วอย่าง photo ของ palm ก็คุ้มละ) แต่ทาง zodiac ไม่ทำเช่นนั้น มันจะ decode jpeg ทุกครั้ง จะทำให้มันช้าไปนิดตอนเริ่ม แต่เมื่อผ่าน thumbnail ครั้งแรกซึ่งต้องหารูปทั้งหมดใน device (Internal และ 2 SD) ก่อนจึงทำให้เวลาเปิดครั้งแรกใช้เวลาประมาณ 4-5 วิ แต่หลังจากนั้นไม่มีแบบต้องรอเลยครับ การเปิดแต่ละรูปหรือเป็น slide ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เรียกได้ว่า resco viewer สำหรับ zodiac เหรอ? ไม่จำเป็นละ สำหรับเรื่องโปรแกรม bundle ที่ tapwave จัดให้นี่เป็นอะไรที่ผมว่าน่าประทับใจจริงๆ มาดูกันต่อ ยังมีที่น่าสนใจอีกครับ
    สำหรับ AcidSolitaire เรียกได้ว่าทำได้ดีมากๆๆจริงๆครับ ทำให้เกมอย่าง solitaire ที่ผมไม่เคยเล่นมาตั้งแต่ windows 3.11 กลับมาเล่นมันได้เลย อิอิ ส่วน Stuntcar Extreme ผมไม่ค่อยชอบ แบบว่าไม่ใช่พวกเล่นเกมอะไรมากมายอยู่แล้วเป็นทุนเดิมด้วย
    ส่วน Palm OS Standard คงไม่กล่าวถึงมากครับ มีแต่ส่วนนึงที่ต้องพูดจริงๆ สำหรับ Zodiac คือ Prefs

       นี่คือเป็นส่วนที่แทน button คือของ zodiac แทนที่จะมีปุ่ม 4 ปุ่มมาตรฐานเพื่อกดเปิดเครื่องได้เลย กลับกลายเป็นว่า มีเพียงแค่ 2 ปุ่ม ที่เปิดเครื่องได้ คือ ปุ่ม power และปุ่มบ้าน สำหรับการเรียกโปรแกรม คือ กดปุ่มบ้านพร้อมกับ action button ปุ่มใดปุ่มหนึ่ง มันเป็นการป้องกันการเปิดเครื่องที่ดีพอสมควร แต่ปัญหาก็คือมันจะต้องกดปุ่มบ้านก่อน และเมื่อเครื่องเปิดก็จะกด action button ตามเลยมันจะเข้าโปรแกรมที่ตั้งไว้ให้ (ดูเหมือนว่าจะเสียเวลา แต่จริงๆแล้วมันแทบไม่รู้สึกเลยครับ มันเร็วดีมากไม่มี lag ให้เห็น สำหรับ Zodiac)

       นี่เป็นส่วนที่ Tapwave มาทำเพิ่มเอง ..เห็นแล้วอดคิดไม่ออกจริงๆ ถ้า tapwave ยังทำ second edition ออกมา จะเจ๋งแค่ไหน คือไม่ใช่แค่มันสวย แต่อยากจะบอกว่าโดยรวมการทำงานของ zodiac นั้นดีมากๆ ลงตัวสุดๆ รวมทั้งโปรแกรมทั้งหมดครับ ทั้งนี้และทั้งนั้นผมว่าตลาดเค้าเป็น gamer เลยไม่ต้องการที่จะทำให้มันยากด้วย และก็เลือก OS ที่เหมาะจริงๆ (แต่ดันมีข้อเสียสุดๆคือ เขียนโปรแกรมยากกว่าทั่วไปครับ)

       นี่ก็เป็นอีกส่วนที่ผมว่าทำได้ดีจริงๆ คือมีการตัวให้ mute เป็นช่วงเวลาแล้วก็เปิดให้เองอัตโนมัติ เรียกว่ามันเก็บรายละเอียดดีอย่างไม่น่าเชื่อครับ ส่วน Pref ที่แสดงให้ทั้งหมดนี้ จริงๆไม่ต้องเข้ามาตรงๆ กดที่ statusbar จะขึ้นเป็น pop-up มาให้จัดการทั้งหมดเลย (แต่ capture หน้าจอไม่ได้ ;p)
    Zodiac Launcher - สำหรับ zodiac นี่..เป็นเครื่องแรกของผม ที่เป็น Palm powered device แต่กลับไม่มี traditional palm launcher ไม่มีคือไม่มีจริงๆครับ 55 ไม่ใช่แบบ clie ที่มียัดเพิ่ม แต่กลับสู่ของเก่าได้ครับ

       สำหรับ launcher ของ zodiac นั้นเป็น launcher ที่ดูใช้งานยากลำบากดี เหมือนจะเน้นความสวยงามอย่างเดียว แต่เมื่อทำความรู้จักมันพอสมควรแล้วมันมีดีพอตัวจริงๆ เรื่องความสวยงามนั้น มันสามารถเปลี่ยน theme ได้ทุกสีตามใจ (จริงๆแล้วโปรแกรมต่างๆที่มี interface แบบนี้สามารถเปลี่ยนสีได้อิสระทุกโปรแกรมครับ เป็นการทำที่ดีทีเดียวครับ) หรือไม่ก็สามารถใส่รูป background ตามใจตัวเองได้เลยครับ ส่วนเรื่องโปรแกรมนั้น เมื่อเข้าหน้าบ้านครั้งแรกจะไม่มีโปรแกรม เป็นเพียงแค่ category เท่านั้น ต้องเข้าไปก่อนครั้งนึงก่อนถึงจะเรียกโปรแกรมได้ ซึ่งมันเป็นวิธีที่ให้ zodiac ใช้ analog controller ได้อย่างลงตัวจริงๆ ไว้ค่อยไปดูกันต่อในการใช้งานจริงครับ ส่วนการจัดเรียงโปรแกรมนั้นคือ drag-and-drop ได้เลย ส่วนถ้ามีโปรแกรม หรือ category เกิน 8 (คือในวงของมัน) มันจะไปอยู่ฝั่งขวาแทนครับ ซึ่ง switch ตัว highlighter ไปได้ด้วย ปุ่ม function ครับ การเรียงชื่อโปรแกรมจะเป็นไปตามตัวอักษร จะเห็นได้ว่า อาจจะลำบากพอสมควร หากมีโปรแกรมเยอะๆแล้วไม่แบ่ง category แต่ถ้าแบ่ง category ให้เรียบร้อยแล้วจะเข้าใจว่ามันใช้ง่ายมากๆ :-)
       มาในส่วนของ Mail และ wifi ครับ ทั้ง 2 โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ทาง tapwave พัฒนาขึ้นมาเพิ่มเติมตอน zodiac 1.1 (มันเป็น update จากรุ่นแรก) โดย mail นั้นจะใช้พื้นฐานจาก PalmSource Mail ซึ่งก็คล้ายๆกับ VersaMail ที่ Palm Inc เอาไปพัฒนาต่อ รองรับทั้ง POP3 และ IMAP4 ตามปกติ แต่ข้อเสียก็คือเรื่อง attach file ซึ่งจะ save ลงใน device เท่านั้น ก็เรียกได้ว่า ก็พอใช้ได้ แต่คงจะไม่ได้ดีมากมายอะไร ส่วน Wifi ของ zodiac นั้นแทบจะรองรับทุก SD wifi ที่มี ไม่ว่าจะ PalmOne SD WiFi, Sandisk SD Wifi, Sandisk SD 256MB + Wifi ก็ยัง support เช่นกันครับ สำหรับ Wifi ของ Zodiac นั้นผมว่าโปรแกรมมันดีกว่าทั้ง PalmOne และ Sony ตรงที่ตั้งให้เป็น Auto (any) ได้เลย คือเจออันไหนก็เอาอันนั้นแบบไม่ต้องเลือก hotspot เลย เร็วกว่าทั้งสองค่ายมากพอดูครับ แต่คงจะยังไม่พูดละเอียดนัก ไว้เอาไว้พูดต่อใน review Zodiac 1 จะเก็บตกพวกการใช้งานทั้งหมดดีกว่า



    การใช้งานจริง..
       สำหรับการใช้งานของ zodiac ก็ชัดๆกันอยู่แล้ว ว่ามันเหมาะที่สุดสำหรับการเล่นเกม นั่นก็คือ two-handed operation ตัวเครื่องแม้จะเทียบกับเครื่องอื่นแล้วดูใหญ่ แต่จริงๆ มันบาง และก็เหมาะมือมากทีเดียวครับ แม้ว่าจะทำมาเพื่อ 2 มือถือนะครับ แต่การใช้มือเดียวคุม analog controller แล้วอีกมือถือ stylus ก็ยังทำได้ดีพอสมควร

       สำหรับ analog controller นั้น แรกๆจะรู้สึกว่ามันนิ่ม (คือมันโยกง่ายไป) ไปหน่อย แต่พอคุ้นกับมันแล้วจะรู้สึกว่าการเรียกโปรแกรมของ zodiac นั้นทำได้ดี ถึงดีมากๆ และเร็วมากๆด้วย

       ลองถ่ายให้ดูครับ เวลาเลื่อนๆครับ ส่วนการเรียกโปรแกรมจาก launcher นั้น อย่างที่บอกไป มันเร็วมากๆ เพราะว่าใช้การจำตำแหน่งได้เลย

       รูปนี้แสดงให้ดูเพื่อเทียบกับ analog controller การออกแบบ hardware ที่เป็นไปกับ software สุดๆ :-D อีกจุดนึงที่ผมมองว่า zodiac เป็นเครื่องที่ตั้งใจทำมากๆคือ จุดเล็กๆน้อยๆอย่าง ปุ่ม hotsync ที่สาย sync ครับ

       ในกรณีที่เสียบสาย hotsync เข้ากับ zodiac แต่ยังไม่ได้เสียบ USB เข้ากับ desktop นั้น ไม่ว่าจะกด hotsync อย่างไร ก็จะไม่มีการเรียกโปรแกรม hotsync ขึ้นมา ปุ่มจะทำงานก็ต่อเมื่อเสียบ USB กับ desktop แล้วเท่านั้นครับ การออกแบบอย่างนี้ก็ไม่รู้จะพูดไงเลย บอกได้แค่ว่า อึ้งครับ ;P
       สิ่งสุดท้ายที่ไม่พูดไม่ได้คือ การลง native file ในเครื่องของ Zodiac ครับ Zodiac นั้นสามารถลง native file ได้เลย เพราะว่า ทาง tapwave เค้าจัดการพื้นที่ 128 MB นั้นเป็นแบบ flexible กล่าวคือ มันจะเสมือนว่ามี Internal memory และ Internal card คล้ายกับ T5 แต่ว่าจะไม่ใช่ที่ที่มีขนาด constant ครับ ในกรณีที่ลงแต่ .prc, .pdb ก็จะทำให้ Internal memory ใหญ่ แต่ถ้าลงพวกรูป หรือว่า mp3 เข้าไปแทนก็จะทำให้ Internal card ใหญ่ เรียกได้ว่าแปลก แต่ดีมากๆๆจริงๆ ผมว่ามันน่าจะเป็นปกติของทุกเครื่องเลยครับ ก็ไม่ว่าจะยังไงบางครั้งเราก็จำเป็นต้องใส่ native file อยู่แล้ว
       ว่าจะสุดท้าย แต่ก็ยังไม่ท้ายสุดซักทีครับ อันนี้ไว้พูดละเอียดอีกทีละกัน แต่เกริ่นไว้ก่อน นั่นก็คือ เมื่อ zodiac เกิด fatal alert หรือ reset loop ทาง tapwave เค้าทำไว้ดีมากๆ จนไม่รู้จะพูดยังไงเลย คือ เท่าที่ผมทราบ tapwave เป็นบริษัทเพียงแค่ 46 คนครับ แต่ว่าเรื่อง support นี่ขึ้นชื่ออย่างแรง ทั้ง driver Wifi และ update 1.1 ทำให้ zodiac สุดยอดขนาดนี้ สำหรับเวลา reset แล้วเข้าเครื่องไม่ได้ มันจะขึ้น popup บอกโปรแกรมที่เกิดปัญหา ชื่อ creator ของโปรแกรมนั้น พร้อมทั้งวิธีแก้ไข โดยการ warm reset ด้วยการกด function ค้างแล้วไปลบ file นั้นๆ ก็จะเรียบร้อย คือ เจอครั้งแรก ทำผมอึ้งเลยจริงๆครับ

    to the top



    บทสรุป Tapwave Zodiac 2
       มาถึงบทสรุปครับ หลังจากที่ใช้ zodiac มาเกือบเดือน (พักหลังนี่จะเปลี่ยน review เป็นใช้ประมาณเกือบเดือนเป็นอย่างน้อยถึงจะ review เพื่อจะได้ความรู้สึกจริงๆของเครื่องไม่ใช้แค่แบบ first impression ซึ่งผมมองว่ามันน่าจะมีประโยชน์กว่า ยังไงเราก็ 55 ไม่เคย review ก่อนใครแน่นอน 55) เพราะจะได้ treo 700p เจ้าตัว treo 680 ก็มาแล้ว แต่ผมยังเชื่อว่า 700p ยังเป็น flagship ของ Treo series อยู่อีกนานพอสมควร ไว้ค่อยมาดูกัน
       เข้าเรื่องก่อนครับ สำหรับ Zodiac นั้นบอกตามตรง ว่าไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากมายอะไร เพียงแค่อยากได้มาตั้งนานแล้ว แล้วตอนนี้ก็เป็นการขายล้าง stock ประมาณ $100 กว่าๆเอง ก็เลยจับมันมาใน collection ครับ แต่ผลปรากฏว่า TX ที่ได้ก่อนมาไม่นานเป็นหมันเลย บอกได้ตามตรงเลย ว่าประทับใจมากๆครับ กับเครื่องตัวนี้ ทั้งประสิทธิภาพที่ดีหายห่วงเลย ทั้ง battery ขนาดใหญ่และก็อึดมากเลย (เป็นที่น่าสงสัยว่าถ้าเปลี่ยนจาก RAM เป็น ROM จะอึดกว่านี้แค่ไหน) อีกทั้งยังมี software ที่รองรับกับตัว hardware ได้ลงตัวดีมากๆ คืออาจจะคิดว่าผมชมมันมากไป ผมบอกได้แค่ว่าต้องลองเองจริงๆครับ สำหรับ zodiac แล้วจะประทับใจในแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับเครื่องที่มาจาก Palm Inc. มาก่อน คงจะเป็นอารมณ์เหมือน Clie แต่ด้วยความที่ Clie ไม่ค่อยใส่ใจในเรื่อง software (คือเน้นมีเยอะ แต่ยุ่งยากตาม style sony เค้าครับ) เลยเทใจให้เลยครับ

       นี่เป็นตัวแรกเลยครับ ที่ผมให้ 5 ดาวเลย เป็นตัวที่ผม recommended จริงๆ คือยังมีเรื่องให้คุยอีกบางส่วน สำหรับ zodiac แต่คงจะไปใส่ใน Zodiac 1 review ต่อไปครับ

  • Sprint Treo 700p review

    แหะๆ นานเลยที่ไม่ได้เขียนแถมข้าม TX อีกด้วย แต่ว่ายังไงก่อนจะได้ treo 680 มาลองก็คงต้องเขียน 700p ให้เรียบร้อยก่อนครับ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกของ web นี้ที่ไม่ได้ review เครื่องตกรุ่น แฮะ 55 แต่จริงๆตั้งใจจะให้เป็น reference อยู่แล้วครับ ก็เลยไม่ซีเรียสไม่ว่าจะมาก่อนหรือหลัง เข้าเรื่องครับ treo 700p น่าจะออกมาได้ เกือบครึ่งปีแล้ว สิ่งที่ทำให้ treo 700p โดนว่ามากที่สุด คือ lag และปัญหาของ bluetooth ที่เกิดขึ้น จริงๆก็น่าจะเพราะยังไม่มี tool ในการจัดการ ROM ของ 700p นั่นเองครับ ทำให้การ tweak จากใครก็ตามเป็นไปได้ยากต่างกับ 650 ที่มี ROM Tool ออกมามากมายให้คนได้จัดการกันเองได้ แต่ถึงกระนั้น ช้า.. lag กลับถูกลบด้วยความเร็วสุดยอดของ EvDO ครับ เชื่อหรือไม่ก็ตาม มันสามารถกลบข้อเสียอื่นๆได้ จนทำให้การกลับไปใช้ treo 650 CDMA (ไม่ใช่ GSM นะครับ) ยังรู้สึกชัดเจนว่า "ช้า" แล้วค่อยมาดูๆกัน ว่าอะไรที่เปลี่ยนไป เพิ่มขึ้น แย่ลงกับ 700p ตัวนี้ครับ ;p


    Spec 

    ไม่ต้องห่วงเลยครับ เรื่อง spec เรียกว่าเป็น flagship ของ Treo series ในขณะนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นสองรองใคร

    Product Specifications
    Operating System Palm OS 5.4.9
    Memory 128MB (60MB user accessible) non-volatile
    Processor Intel XScale 312MHz processor
    Screen 320 x 320 color TFT touchscreen display 16-bit color displays
    Wireless CDMA 800/1900MHz digital dual-band
    CDMA2000 EvDO network-backwards compatible with 1xRTT and IS95 networks
    Bluetooth 1.2 wireless support
    Phone Features Personal speakerphone
    Hands-free headset jack
    Microphone mute option
    TTY/TDD compatibility
    3-way calling
    Digital Camera 1.3 megapixels with 1280x1024 resolution
    Automatic light balance
    2x digital zoom
    Integrated self-portrait mirror
    Video capture with 352 x 288 resolution
    Audio 2.5mm headset jack is stereo headset compatible-requires a stereo headset adapter, sold separately, for use with standard stereo headphones
    Speaker
    Polyphonic MIDI & WAV ringtones
    External ringer on/off switch w/ vibrate mode
    Keyboard Full QWERTY key layout with backlighting
    Integrated number dial pad
    Keyguard feature
    Expansion Slot Support for MultiMediaCard, SD & SDIO cards
    Battery Removable, 1700 mAh rechargeable lithium-ion battery
    Talk time: up to 4.5 hours
    Standby time: up to 300 hours
    Power/Sync Multi-connector on device
    USB sync cable
    AC adapter (108-132 VAC/60Hz)
    Size 2.3" W x 4.4" H (excluding antenna) x 0.9" D
    58mm W x 113mm H x 23mm D
    Weight 6.4 ounces / 180 grams
    Desktop Requirements
    Windows PC Windows 2000 or Windows XP Service Pack 2 (later versions may also be supported)
    USB port (USB sync cable included)
    CD-ROM drive
    Mac Mac OS 10.2.4-10.4
    USB port (USB sync cable included)
    CD-ROM drive

    มาดูกันในจุดเด่นๆกันครับ (จริงๆก็เทียบกับ treo 650 อย่างไม่มีทางเลือก :-S) Palm OS ก็ยังเป็น Garnet เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็มีเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยตาม style ครับ ส่วนที่เด่นชัดที่สุดของ Treo 700p ในจุดของ spec ก็คือ memory ที่เพิ่มขึ้นมากมายเป็น 128MB โดยจะเป็น ROM ทั้งหมด (จริงๆ ทาง palm บอกว่าเป็นการออกแบบร่วมเพื่อให้ใช้กับ Windows Mobile 5 ได้ใน hardware เดียวกัน :-/) memory ที่เราสามารถใช้ได้จริงนั้นจะใช้ได้แค่ 60MB นะครับ ส่วนอื่นก็จะแบ่งเป็น DBcache 16MB (เพิ่มขึ้นจาก treo 650 ที่มี 11.5 MB) และก็ส่วนที่เก็บ OS    กล้องเป็นอีกส่วนที่เรียกได้ว่าเหมือนจะพัฒนาขึ้นมากครับ จาก 300kpixels ไปเป็น 1.3Mpixels ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่ามันจะได้พัฒนาอะไรมากมาย นอกจาก resolution และขนาด file ที่ใหญ่ขึ้นครับ แต่เมื่อได้ลองแล้วเรียกได้ว่าพัฒนาขึ้นจริงๆ ภาพดูดีขึ้นแม้จะสีจะไม่ได้สดเท่าไรนักครับ ไว้ค่อยดูกันต่อในส่วนต่อๆไป    นอกนั้นก็ค่อนข้างจะเหมือนเดิม เพียงแต่ส่วน radio เป็น EvDO แทนที่จะเป็นแค่ 1xRTT ส่วนนี้เป็นส่วนที่ทำให้ Treo 700p เป็นตัวที่เป็น flagship ได้จริงๆครับ ต้องได้ลองเองจริงๆ GSM Treo ไม่มีทางเทียบได้จริงๆ แม้จะเป็น treo 680 ที่ใช้ EDGE ครับ EDGE ที่ว่าเร็วแล้วยังสู้ 1xRTT ไม่ได้เลยครับ ^_^" เลยไม่ต้องพูดถึง EvDO กันครับ อันนี้เพราะผมลองทดสอบกันชัดๆ กับ Video ใน YouTube ที่เทียบ Cingular Treo 650, 680 ในเรื่องความเร็วในการ load "treocentral.com" ในขณะที่ 680 กำลังแสดงตัวอักษร Sprint 650 ก็เรียกว่า download 300k เกือบจะเรียบร้อยแล้วครับ ^_^ เท่านี้ก็คงพอจะนึกความเร็วของ CDMA ออก ;-p

    reference: Video comparison: 680 and the 650 จาก treocentral.com


    Design & Material

     

    จากการออกแบบสไตล์ Treo นั้นก็แบบเดิมๆ มาตั้งแต่ 600, 650 และก็ยังถึง 700p ครับ เจ้า 700p นี่ค่อนข้างจะเหลี่ยมมากกว่าเดิม และใช้สีเข้มกว่า 650 มากๆ ทำให้มันดูเล็กกว่า 650 ทั้งๆที่ตัวจริงๆก็แทบจะเท่ากันหมดเลย ที่เล็กกว่าแน่ๆก็คงจะเป็น antenna ^_^ ส่วนเวลาจับเจ้า Treo 700p นี่รู้สึกได้เลยครับ ว่าเครื่องค่อนข้างเนี๊ยบกว่า 650 พอสมควร โดนเฉพาะที่ qwerty keyboard ที่ผมใช้มาหลายเดือนแล้วยังไม่รู้สึกโยกเยก หรือกรอบๆแกรบๆเลยครับ (ไม่เหมือน 650 ที่ค่อนข้างจะมีปัญหาบริเวณปุ่มซ้ายล่าง :-/) จะมีก็แต่ตัว p ที่กดยากซักหน่อย

    นี่ก็เป็นเกือบทุกมุมของ 700p ซึ่งถ้าใครเคยใช้ 650 มาก่อนก็คงไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ เพราะว่าหน้าตาแทบจะเรียกว่าเหมือนกันเลย เพียงแค่ดูเหลี่ยมๆขึ้น (แต่ก็มนๆขึ้นเหมือนกัน เริ่มสับสนครับ หุหุ) ด้านหลัง ลำโพงและกล้องก็วางตำแหน่งเหมือนเดิม แต่มีรูปแบบต่างออกไปเล็กน้อย แต่ก็ยังใช้ case เดิมได้ทั้งหมดกับการวางตำแหน่งอย่างนี้ครับ ตัว lock ฝาปิด battery ก็เปลี่ยนไปทำให้กดง่ายขึ้นนิดหน่อย (ทำให้เราเปลี่ยน batttery หรือกด reset ได้ง่ายขึ้นมั้งครับ อิอิ) ส่วน connector ทั้งหมดเหมือนเดิมทั้งหมดไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้ง stereo jack ก็ยังเป็น 2.5mm ไม่ใช่ 3.5 mm อย่างที่น่าจะเปลี่ยนแต่อย่างใด นี่คงเป็นการบอกจาก Palm, Inc. ว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะให้คนใช้ Treo เป็นเครื่องฟังเพลงจริงๆจังๆแต่อย่างใดครับ ส่วนปุ่มที่เปลี่ยนและดีขึ้นคือปุ่มด้านข้าง จากที่เป็นเหมือนปุ่มเดียวกันตรง volume ก็กลายเป็นเหมือนแยกกันชัดเจนขึ้น และปุ่ม pause หรือ record (ตามค่า default) ก็เรียบๆ สวยแทบจะเป็นระนาบเดียวกับข้างๆตัวเครื่อง ทำให้โอกาสไปกดปุ่มมันแบบไม่ตั้งใจน้อยมาก แต่ก็ทำให้เวลาจะกดต้องใช้ความคุ้นเคยซักนิดครับ

    ข้อเสียที่ยังมีอยู่กับ form factor นี้ก็ยังเหมือนเดิม และดูเหมือนจะมากขึ้นครับ นั่นก็คือ SD ชอบหลุดเอามากๆครับ ด้วยการออกแบบที่ดันไม่คิดถึงว่า SD จริงๆมีขนาดและหน้าตาเป็นอย่างไร ทำให้ SD มันมีส่วนยื่นออกจากตัว body ของ 700p มากขึ้น นี่ละมั้ง เลยทำให้เจ้า 680 เปลี่ยนการใส่ SD เป็นด้านข้างแทน ซึ่งขจัดปัญหานี้ไปได้หมดแน่นอนครับ

    keyboard layout มันไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาก 650 -> 700p ครับ แต่ว่า ปุ่มนั้นเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นกลมๆ และค่อนข้างนูนกลายเป็นรูป 4 เหลี่ยมมากขึ้น แต่กลับแบนลง ความสะดวกต่อการกดของทั้งสองเครื่องนั้นในความรู้สึกแรก ผมว่า 700p จะกดดีกว่า แต่พอเอาเข้าจริงๆ การที่มันแบนกว่าเดิมนั้นทำให้เวลาเรากดเร็วๆ (เหมือนพิมสัมผัส) มีความผิดพลาดสูงมากขึ้นครับ ทำให้มันไม่ได้ใช้พื้นที่ปุ่มที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้มันดีขึ้นแบบเห็นชัดเจนเท่าใดนัก

    แต่กับปุ่ม control ทั้งหลาย นับตั้งแต่ send, power, phone, calendar, 5-way navigator, message, และ home การทำให้ปุ่มใหญ่ขึ้นและเป็นสี่เหลี่ยมมากขึ้นมีผลอย่างมากเลยครับ กดสะดวกกว่าเดิมมากๆ ดีกว่าปุ่มเล็กของ 650 อย่างเห็นได้ชัดครับในจุดนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อย Palm, Inc. ควรจะยึดกับ layout บ้างซักที จะเปลี่ยนขนาด-หน้าตาก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ไม่น่าจะเปลี่ยน layout ทุกๆรุ่นเลย ผมว่ามันจะทำให้คนใช้ปวดหัวกับมันมากกว่า

    จากรูปมันก็บอกได้ชัดเจนจริงๆ ว่าการออกแบบเจ้า menu ตัวนี้เหมาะกับการถือมือซ้ายมากกว่าจริงๆครับ ผมเคยสังเกตตัวเองเหมือนกันว่า ใช้มืออะไรกันแน่ สุดท้ายผมก็ใช้มือซ้ายมากกว่า ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าเค้าคิดมารึป่าว แต่ถ้าการวางปุ่ม menu เหมือนเดิมละก็ ก็น่าจะใช้ได้ถนัดทั้งสองมือไม่ต่างกัน ตามที่ผมคิดนะครับ Treo น่าจะทำให้ถือด้วยมือขวามากกว่าเพราะการที่ปุ่มตัวเลขทั้งหมดอยู่ซ้าย ทำให้ง่ายกว่าที่จะกดด้วยมือขวา (เริ่มงงๆเองเหมือนกัน) สุดท้ายผมก็ยังคิดว่า keyboard layout ของ Treo 650 น่าจะดีกว่าครับ


    built-in Software

    ทุกโปรแกรมก็เหมือนเดิมๆครับ ในครั้งนี้ผมคงไม่กล่าวถึงโดยละเอียดทุกโปรแกรม คงจะเพียงแค่โปรแกรมที่เปลี่ยนไป ที่น่าสนใจแรกก็คือ interface ใหม่ โดยเปลี่ยนกันตังแต่เริ่มเลยครับ ชัดสุดๆก็ Palm Powered Logo หายไปแล้ว กลายเป็น ACCESS Powered แทน :-X

    เหตุผลที่ต้องเปลี่ยน logo นี้ก็คือการที่ Palm, Inc. ได้ซื้อ "Palm" 4 ตัวอักษรนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น PalmSource/ACCESS ก็ไม่มีสิทธิที่จะใช้คำว่า Palm อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ดีเราคงได้เห็นกันในรุ่นต่อไป (หลังจาก Treo 680) หรือว่า Firmware ตัวใหม่มั้งครับ เพราะจากการที่ Palm, Inc. ได้ซื้อ Garnet มาเต็มๆ และมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง และขายต่อได้ใหม่อีกครั้ง (งงมั้ยเนี่ย บริษัทนี้ ;p) ส่วน UI - User Interface ที่แสดงให้สวยและชัดเจนขึ้นเวลา Hard reset นี่ทำให้ผมนึกถึงเจ้า Zodiac จริงๆครับ ทำให้คนที่ไม่คุ้นกับ Palm Device ใช้งานได้ง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ เรียกว่าเป็นทิศทางที่ดีจริงๆครับ ของ device สำหรับทุกๆคน

    นี่คือส่วนที่ผมชอบมากครับ โดย Treo 700p สามารถบอกวัน-เวลาโดยไม่ต้องลง 3rd Party software อีกต่อไปและเอาเจ้าตัวบอกเวลานี่กลับมาแล้ว หลังจากที่หายไปจาก Tungsten ที่กดปุ่ม center แล้วจะมีเวลาขึ้นประมาณ 2-3 วินาทีครับ จากการเปลี่ยนแปลง UI ยังมีผลต่อโปรแกรมหลายโปรแกรม ซึ่งจะใช้ UI ตัวใหม่ด้วยดังนี้:-

      - Camcorder - Camera - Pics & Videos - Voice Memo - Pocket Tunes v.3.0.9 - Sprint TV

    ใน 3 โปรแกรมแรกก็จริงแล้วก็แทบไม่ต่างกับตัวเดิมใน Treo 650 เท่าใดนักครับนอกจาก interface ที่ดูสวยขึ้นใช้งานก็ยังคงความง่ายไว้เหมือนเดิมครับ เพียงแค่ว่า การทำงานของทั้ง 3 โปรแกรมนี้เร็วขึ้นพอสมควรเมื่อ access ข้อมูลใน Main memory แต่เมื่อ access ข้อมูลใน SD Card ความเร็วก็ยังช้า ยังใช้จริงไม่ได้เหมือนเดิมครับ มาดูรูปตัวอย่างที่ได้จาก 1.3Mpixels กันครับ ผมประทับใจมากทีเดียวครับ กับคุณภาพที่ได้ ^_^ (กดที่ภาพเพื่อดูขนาดจริงๆได้ แล้วจะทำให้คุณทึ่งกับมันมากกว่าที่คิดครับ)

    Voice Memo - เป็นโปรแกรมที่ดูเหมือนจะเป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้ 650 เรียกหาอย่างมากครับ Palm, Inc. ก็เลยใส่เข้ามาให้ใน 700p แต่การที่โปรแกรมในตลาดมีทั้ง CallRec และ mVoice ซึ่งมีความสามารถสูงกว่าทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงค่า sample rate หรือ compression พร้อมกับ feature สำคัญอย่างอัดเสียงสนทนาได้ กลายเป็นว่า Voice Memo คงเป็นอะไรที่ไม่ได้ใช้จริงๆ ไป (อย่างน้อยก็สำหรับผม และก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นเช่นนี้ครับ) สำหรับ Voice Memo ผมคิดว่า Palm, Inc. ควรให้อะไรมามากกว่านี้จริงๆครับ เพราะในจุดที่ Treo เป็นโทรศัพท์ด้วย ไม่ใช่แค่ PDA เฉยๆอย่าง Tungsten series มาพูดกันถึงโปรแกรม 3rd Party ที่ Palm ดึงเข้ามาแทน RealOne ครับ Pocket Tunes สำหรับตัวที่มากับ Treo 700p นี่ก็เหมือนกับ LifeDrive, TX นั่นก็คือ version 3.0.9 bundle สิ่งที่ขาดหายไปจากตัวจริงๆก็คือ WMA support, Streaming Support และก็ Equalizer นั่นก็คือแทบจะเหมือน RealOne แต่ interface สวยกว่า และยังมีโอกาสที่จะดีขึ้นได้ หากเราจ่ายเงินเพิ่มเป็น Deluxe version ในความเห็นผมแล้ว ถือว่าเป็นการพัฒนาเล็กๆที่น่าสนใจครับ แต่ก็ยังไม่ได้ทดแทน หรือเปลี่ยนแปลงอะไรจาก RealOne ที่ไม่มีความสามารถพอจะเปลี่ยน skin ให้เข้ากับ theme ทั้งหมดเท่าใดนักครับ Sprint TV นี่คือ โปรแกรมที่เกิดจากการร่วมมือระหว่าง Palm กับ Sprint เท่านั้น การทำงานก็คือเป็นการ streaming video ครับ (ซึ่งดูๆแล้วก็ไม่ต่างกับ mobiTV ที่ Sprint เคยเป็นโปรโมชั่นร่วมกับ Treo 650 เดิม) ด้วยความที่ใช้ EvDO เลยทำให้มันทำได้ดีขึ้นทั้งความต่อเนื่องของภาพ และเสียงครับ แต่ในท้ายที่สุดก็ยังไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะว่า Sprint ไม่ได้ทำให้มันดีพอเหมือนที่ชื่อเรียกครับ สิ่งที่ Sprint ทำนั้นเหมือนจะให้ดูได้จริงเพียงแค่ช่องเดียวครับ ส่วนที่เหลือก็เป็นเหมือนเพียงแค่ clip เรื่องสำคัญๆ ของแต่ละช่องก็เท่านั้นเลย แต่ก็เป็นสิ่งที่บอกได้ว่า Streaming แบบใช้ได้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้อีกต่อไป และก็จริงครับ หลังจากนั้นก็มี Kinoma 4 และ CorePlayer ตามกันมา

    Phone v.2.5 เป็นอีกโปรแกรมที่มีการพัฒนาต่อจากตัว Phone เดิมของ Treo 650 ที่เป็น v.1.0 ครับ แต่ version ที่แตกต่างกันพอสมควรนั้นไม่ได้แสดงออกให้เห็นเลยครับ ว่ามันต่างกันอย่างไร ทั้งการใช้งานและทุกอย่างเหมือนเดิมครับ ^_^" มีก็แต่ icon "command" >> "menu", EVDO, Signal Strength เพิ่มเป็น 7 ระดับละเอียดกว่าเดิมพอสมควร แต่ผมก็ยังไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์แต่อย่างใด :-(    อีกโปรแกรมที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ Blazer v.4.5 ครับ เป็นโปรแกรมนึงที่มีการพัฒนาจากเดิมค่อนข้างมาก การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ

      • การจัดการระบบ Cache ครับ Blazer ตัวนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เปิดครั้งแรก คือแทนที่ Blazer จะดึง cache และทำการเชื่อมต่อข้อมูลในการ update page ที่เปิดครับ แต่สำหรับตัวใหม่แล้ว Blazer จะทำการดึงจาก cache ทั้งหมดไม่ว่าจะมีการ update หรือไม่ก็ตาม ทำให้การเปิดโปรแกรมเป็นไปได้เร็วกว่าเดิมมากทีเดียว ไม่ใช่เพียงแค่ต้องเปิดนะครับ กลับกลายเป็นส่วนของ history ด้วย เมื่อเวลาเรากด back หรือ forward Blazer จะดึงข้อมูลจาก Cache เท่านั้น เป็นสิ่งที่คล้ายกันที่ Firefox ทำอยู่ เลยทำให้มันเร็วเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ • ส่วนที่ 2 ที่มีการเพิ่มเข้ามาคือ Fast/Normal mode จริงๆแล้วถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีมาก่อนแล้วนะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่า LifeDrive หรือ TX นะครับ (เพราะยังไม่เคยมี LifeDrive จริงๆเลย) หลักๆแล้วคือการ disable CSS หรือ Cascading Style Sheets หรือการแสดงผลเพิ่มเติมจาก HTML เดิมนั่นเองครับ การ render CSS นั้นไม่รู้สึกแตกต่างกับ PC เพราะว่า Resource มันเยอะมากครับ แต่กลับ mobile computing มันต่างกัน มันมีประโยชน์ขึ้นมากจริงๆครับ เร็วขึ้น โหลดข้อมูลน้อยลง แต่สำหรับ Treo 700p ผมกลับไม่เห็นว่ามันสำคัญ เพราะว่าเรื่องความเร็วในการ download ข้อมูลไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด การใช้ Fast mode หรือ Normal mode มีเพียงความสวยงามเท่านั้นที่ต่างกัน กลับกลายเป็นว่าเห็นความแตกต่างน้อยมากครับ • ส่วนต่อไปก็คือ ค่า default ของ cache ในตอนนี้จะเป็น 4MB แทนที่จะเป็นแค่ 1MB เหมือนเดิมๆครับนี่คงเพราะการจัดการระบบ cache ทำให้ต้องการใช้ cache มากขึ้นเพื่อให้การจัดการมันมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย
       
      • สุดท้ายก็คือ URL Field ที่ขยายเป็นเหมือน drop-down field ที่จะแสดง URL ยาวๆได้แบบสบายคนใช้ สบายคนใส่ โดยจากเดิมที่จะมีเพียงแค่บรรทัดเดียว สำหรับ Blazer 4.5 ตัวนี้จะยาวแค่ไหนก็ได้ครับ ไม่มีปัญหา ยังไงก็แก้ได้อย่างง่ายดายแล้ว ;p

              ผมบอกได้แค่ว่า Blazer (ร่วมกับ EvDO) เป็นจุดที่ทำให้ผมประทับใจ Treo 700p เลยละครับ


    การใช้งานจริง..

    ร่วม 4 เดือนที่ได้ใช้ treo 700p มีทั้งชอบและไม่ชอบไปด้วยกัน แต่ยังไงก็เถอะ ผมจะค่อยๆว่าตั้งแต่เริ่มจนจบตามที่อยากเขียนครับ ความรู้สึกตอนแรกที่จับตอนที่ได้มันมา เรียกได้ว่า สวยกว่า Treo 650 ครับ (หรือเพราะใหม่กว่าก็ไม่แน่ใจ) การจับของ Treo 700p นั้นเหมือนกับ Treo 650 ครับ ให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่า การที่ทำ 5-way เป็น 4 เหลี่ยมทำให้ควบคุมได้ง่าย สะดวกขึ้นมาก แต่ปุ่มกลับไม่นิ่มเหมือนที่รู้สึกกับ LifeDrive (ผมละหวังให้มันมีปุ่มนิ่มๆอย่างนั้นอีก :-D) ทุกปุ่มใหญ่ขึ้น ทำให้กดง่ายขึ้นจริงๆ แต่การเปลี่ยนตำแหน่งทั้งหมดของมันกลับทำให้คนใช้ Treo 650 อย่างผมรู้สึกอย่างมาก ปุ่ม Phone และสีเขียวกลายเป็นเหมือนปุ่มซ้ำซ้อนแทบไม่มีประโยชน์เลยครับ ยิ่งหากใครซื้อ Treo ไว้เล่นเกมละก็ เหนื่อยใจได้เลย เพราะว่า เกมอย่าง SkyForce นั้นคุมทั้ง 4 ปุ่มหลักทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถออกมาหน้า home อีกนอกจากจะต้อง reset เท่านั้น แต่ก็นั่นแหละครับ สุดท้ายแล้ว คนที่ใช้ Treo 650 มาก่อนก็คงต้องเสียเงินเพิ่ม $5 เพื่อ LudusP และทำให้ปุ่มเป็นเหมือนเดิมครับ (จำเป็นมากๆ ขอบอก และถูก เหอๆ คุ้ม ไม่ต้องหาแครกครับ :-P) เมื่อลง LudusP เรื่องปุ่มทั้งหมดก็เป็นอันเรียบร้อย ในความรู้สึกผม บอกได้ว่า Palm, Inc. ทำได้ดีขึ้นพอสมควรในจุดนี้ แต่ไม่มากเพราะว่ามันไม่ค่อยนิ่มนี่แหละครับ ปุ่มอีกส่วนคือ qwerty keyboard ผมว่าแม้จะใหญ่ขึ้นก็ยังให้ความรู้สึกในการกดไม่ต่างกับเดิมเท่าไหร่นะครับ มีก็แค่ปุ่มที่ดูแข็งแรงขึ้นไม่โยกไปมาเหมือน Treo 650 ครับ เรียกว่าพัฒนาเรื่องนี้บ้างละ ;-P

    เรื่องการใช้งานทั่วไป ก็ไม่ต่างกับ 650 อะไร โดยทั่วไปที่เห็นชัดๆคือ การเปลี่ยน User Interface ขณะ Hard reset หรือ Wizard ช่วงแรกๆให้สวยขึ้นมากๆครับ (ไม่เห็น Palm สนใจจุดนี้มานานแล้ว) ส่วนตาม menu ก็เปลี่ยนสัญลักษณ์จาก command bar เป็นปุ่ม menu หมดแล้วครับ (ผมว่าก็แปลกๆดี แต่ค่อนข้างเกะกะกว่าขีดเฉยๆ อิอิ) แล้วที่ ringer switch on/off ก็จะมีการสั่นเพื่อให้รู้ว่าเปลี่ยนเป็น Off แล้วนะ เรื่องการลงโปรแกรมได้หายห่วง ยังไง 60MB ก็ใช้ไม่หมด เว้นแต่จะลงโปรแกรมมั่วๆ ทุกวันละครับ การเรียกเข้าออกโปรแกรมเรียกว่าน่าเกือบจะน่าประทับใจ เพราะช้า.. แต่เร็วกว่า TX ครับ ปัญหาหลักก็คือ 700p ชอบมีอาการค้าง ค้างแบบไม่ปกติครับ เป็นสีขาวตั้งแต่ 5 วิ ยัน 30 วิ หรือมากกว่านั้นจนผมทนไม่ไหวต้อง reset เลยก็มี หลังจากที่ TC user เค้าส่งไปหา palm เค้าตอบกลับมาว่า (ทำซะผมจะเลิกซื้อ Palm ได้เลยครับ)

    The last issue mentioned in the letter is a lag seen when switching between apps which is apparent to upgrading customers who are used to faster response times on other Treos or Palm handhelds. This lag is noticeable for some because it is taking longer than desired for the databases of the previous application to close and the databases of the next application to open. Aside from working with 3rd-party developers to minimize the lag while switching to/from their apps, there isn’t much we can do to alleviate this as it is partly a result of the shared hardware design between the Treo 700p and Treo 700w/wx. I don’t want to sound like I’m dismissing the frustration this is causing for some power users, but it has not been reported by a significant portion of our customer base. We believe we still deliver the best mobile experience and while this particular device is perceived to be slower than previous models, it is still faster than other smartphones on the market. We hear the dissatisfaction and will try to continue to make improvements in this area on future products."

    Reference: PalmResponseLetter 12-13-06.pdf from TreoCentral Discussion    จากจดหมายกลายเป็นว่า Palm แก้ไม่ได้เพราะว่าต้อง compromise ประสิทธิภาพแลกกับการที่จะใช้ hardware ร่วมกันระหว่าง Palm OS กับ Windows Mobile เฮ้ยยย!!! ผมบอกได้แค่ว่า ถ้าทำได้แค่นี้ก็อย่าออกมาเลยดีกว่า จะต้องออกแบบใหม่ เพื่อแต่ละ OS มันก็ต้องทำ ไม่งั้นก็ต้องลดราคา Treo รุ่นใหม่ๆ (ที่เป็นที่รู้กันกว่าออกแบบให้ wm5 แน่ๆ) ที่ใช้ Palm OS ซักครึ่งนึง เพราะไม่เสียค่า design hardware เลยนี่ ทำผมรู้สึกแย่มากๆครับ งานนี้อาจจะทำให้ Treo 680 เป็นตัวสุดท้ายที่ผมจะซื้อ Palm Inc. Product ก็ได้ครับ เพราะตัวนี้ไม่ได้ซื้อให้ตัวเอง ^_^

    จากการใช้งานทั้งหมด จะเหนื่อยใจพอสมควรครับ ในการใช้งาน (คือผมได้ Zodiac 1/2 มาในเวลาไม่ต่างกันเท่าไหร่ เลยเห็นความแตกต่างสุดยอดจริงๆ) แต่เมื่อเข้า blazer หรือ chatteremail แล้วรับรองว่าจะติดใจกับ 700p ตัวนี้แบบใช้ตัวอื่นแล้วรอกันเหนื่อยเลยครับ การ reset ระหว่าง Blazer ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รำคาญมากนัก ซักอาทิตย์นึงจะเจอซักครั้งครับ โปรแกรมที่ควรจะลงก็คือ SharkCache ที่เข้ามาช่วยในการเอาโปรแกรมไปใส่ใน cache ไว้เลย จะทำให้เวลาในการเอาข้อมูลออกจาก memory เวลาออกจากโปรแกรม และเอาข้อมูลเข้าใน memory ก่อนเปิดโปรแกรมใหม่ลดลงมากๆ ครับ (ที่เพิ่มจาก Resco Lock ก็คือสามารถจัดการโปรแกรมใน ROM ได้ด้วย

    ส่วน Battery life ของ 700p นั้นทำได้เท่าๆกับ 650 เลยครับ กล่าวคือ หากใช้ Chatter Email ก็จะได้วันนึงพอดีๆ (แต่ก็คุ้มที่จะแลกจริงๆ) หากมี battery 2 ก้อนก็ไม่ต้องห่วง ใช้ได้อย่างสบายตัวเลยครับ (คือผมได้มา 2 ก้อนตอนซื้อเครื่องเลยไม่รู้สึกอะไร ;-p)    สิ่งที่ดีมากๆของ hardware ของ 700p ที่ดีต่อการใช้งานจริงๆคือ สามารถใช้สาย sync ธรรมดาๆ ที่ไม่สามารถ charge Treo 650 ได้กลับกลายเป็น charge 700p ได้สบายๆ (ผมคิดว่าเพราะการออกแบบเพื่อ Pocket PC มากกว่าครับ ที่มี feature "USB Charging" ครับ) เลยทำให้การใช้งานเป็น Modem ผ่าน USB สบายๆเลย charge ไปด้วยใช้ไปด้วยก็ไม่ทำให้ battery หมดแน่ๆงานนี้ แต่ผมละงงจริงๆ เพราะผมจำได้ว่าฟังก์ชั่นนี้ของ 700p เป็น function ที่ใช้โฆษณาก่อน 700p ออกเลยนะครับ แต่กลับหายไปใน Sprint 700p (แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีใน Verizon 700p รึป่าว??) น่าจะเพราะ Phone as a Modem Plan มันแพงมั้ง เลยต้องให้คนสมัครก่อนถึงจะใช้ได้ครับ    โดยรวมแล้วผมว่าเป็นเครื่องที่ ok เครื่องนึง Wifi ไม่ใช่ประเด็นแน่นอนครับ ถ้าได้ลองเล่นเครื่องนี้ เพราะ Wifi ก็คงไม่ได้ช่วยให้มันเร็วขึ้นเป็นแน่ อ้อ เกือบลืมครับ อีกอย่างนึงที่ต้องระวังคือ Card มันชอบหลุดมากๆเลยนะครับ แนะนำให้ระวังดีๆ มันหลุดง่ายกว่า 650 มากเพราะมันมนกว่าพอสมควร ส่วนบนทำให้ SD มันมีส่วนที่ยื่นออกมาเยอะกว่าที่ควรจะเป็น (นี่น่าจะเป็นจุดที่ Treo 680 ทำได้ดีกว่ามากๆ ;p) หรือไม่ก็ลงโปรแกรมที่คอยเตือนก็คงช่วยได้เป็นอย่างดีทีเดียว ส่วนเรื่องปัญหา Bluetooth Connection ชอบขาดๆนั้นผมไม่ค่อยเจอนะครับ เพราะผมก็ไม่ค่อยได้ใช้ bluetooth headset เท่าไหร่ หลังๆมานี่คงเพราะขาดมันมาเกือบปี พอได้มันมาตอนนี้ก็ไม่คุ้นแล้ว ประกอบกับที่นี่ใส่เสื้อหลายชั้นไปหน่อย กระเป๋าก็เลยเยอะไปด้วย ชอบหาไม่เจอ เลยไม่ใช้ซะเลย :-/ แต่ถ้าเป็นการส่ง file ระหว่างเครื่องก็ไม่มีปัญหา ใช้ได้ดีครับ


    บทสรุป Palm/Sprint Treo700p

    หลังจากที่ใช้ 700p มาหลายเดือน ทั้งชอบและไม่ชอบตามประสา แต่ 700p นี่ไม่เหมือน Palm ตัวก่อนๆที่เคยจับจริงๆครับ ผมได้ 700p มาพร้อมกับ Cradle, 2nd Battery และ Bluetooth Headset เรียกว่าแทบจะครบชุด สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดในชุดนี้กลับกลายเป็นไม่ใช่ 700p แต่อย่างใดแต่กลายเป็น Palm Cradle ที่คนใช้ Treo ควรมีจริงๆครับ ไม่สวยแต่ออกแบบได้ดีจริงๆ (ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง อิอิ) ส่วน 700p ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร มันน่าจะเป็นเครื่องที่ดีกว่านี้หากไม่มีปัญหาเรื่อง lag มากวนใจ แต่อย่างไรก็ดีคุณประโยชน์มันก็ไม่อาจจะบอกได้ว่ามันไม่ดี และผมไม่ประทับใจมัน การใช้มันเป็น modem นั่นเรียกได้ว่าทึ่งจริงๆกับความเร็วที่ได้ ส่วนโปรแกรมปกติก็ยังอยู่ในระดับสูงตามสไตล์ Palm OS เพียงแต่การเพิ่มหลายๆอย่างใน 700p มันดูเหมือนไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก เลยทำให้มันยังเหมือนมีอะไรมาฉุดความรู้สึกให้บอกว่า มันดีได้ไม่เต็มปากครับ

    ยังไงก็ดี 700p มันก็ยังมีดีของมันที่ไม่มี Palm Device เครื่องไหนทำได้ ผมเลยต้องให้จริงๆกับ 4 ดาว กับอีกหน่อยๆ เสี้ยวๆแปลกๆ เพราะก็ไม่ค่อยเต็มใจให้เท่าไหร่ 55 แต่ก็ไม่ควรจะน้อยกว่านี้ เอาเป็นว่า ถ้าคุณถือ 650 ในมือ และไม่ได้คิดว่าจะใช้ 3G หรือไม่ใช้ unlimited data plan แน่ๆ ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ก็... ใช้ 650 ต่อเถอะครับ ประหยัด คุ้มค่า และเงินที่เสียไปจะไม่สูญเปล่าครับ

      Pros   Cons
    • CDMA2000 EvDO network • Lag Issue
    • Big memory space • SD Slot issue
    • Nice photo quality • Default button Layout
    • Good material quality
  • NVBackup

    First of all, this program is only one backup program that's really free and its quality is quite good though. NVbackup is made for NVFS device only to fix any problem that occurs when you use old brand program like backing up such a file like shim log or stuff like that. There are features that every backup programs should have such as scheduled backup, full and partial restoration. It has not only ubiquitous features but also brand new feature like FTP backup, that is, backup all data to FTP server automatically. (Actually, kind of this feature first released by BackupBuddy.Net; however, it's not free.) It's such a great idea to do like this. More place you stored your data means more secure you get as well. Is that sound interesting with outstanding freeware from Alexander R. Pruss?

       Main form is common like every backup programs. It has all details you need to know with a help option in case you want more clear description. In previous version, if you have a chance to try, you will find that every time you make a backup you. It forces you to reset your device first; it's not good for Treo line at all but I don't think it makes a different when you use others. However, this version does not required reset device anymore, it is pretty good job.

       By the way, it still has weaknesses like selective restoration and schedule backup. Selective restoration doesn't have comparison between data in backup set and in your device. I think it's a bit tricky for me sometimes when I want to find only particular files.(That's why I still have to use CardBackup) About schedule backup, it offers you only one choice that is daily backup. So maybe it's too less for someone but I'm pretty sure that those folk has more than one backup program, so it's not a big deal, right?

       backup via FTP is really cool feature. Basically, it's an upload/download all of your data to server via FTP. You have to create a new directory in your server to do this. I mean it's not required but it will be easier for you to find and manage your data either.

       I tested on my Sprint treo 650 with 1xRTT network is about 9 mins to upload my whole backup set to server; but only 5 min to download that back to my device. It really help to backup the fresh installation to FTP, so when you face a problem that recent backup set doesn't help, you can download the one that you can be sure that it works anytime anywhere you want.

       Fast operation and interface that shows its progress also cool indeed.
    Conclusion:
       NVBackup that I tested is version 1.12. I quite impressed with this software, then I use only CardBackup and NVBackup and let RescoBackup away. Maybe someone wonder why I chose to left RBackup behind. One simple answer is hard to use, I found that how to partial restore in RBackup is really confused me, somehow it's not happened to others. So it's your choice.
       Don't forget to try this backup software built particularly for NVFS Device. All I can say is "it's an excellent backup software for NVFS device for now." and "NVFS device owner must have this program".
    Reference: download from Palmgear

  • FontSmoother

    I heard this program for long time, I think its name is Font4OS5, but I never though to try it. Due to my understading is changeing font like this always has a side effect like slower processing and I don't think Palm Font isn't good either. Perhaps because I didn't use palm as ebook reader or a thing that use a lot of text like that. So I don't have a reason to change old brand font to be more beautiful. But now I use a lot more English than Thai. I have to read and write as much as I can for better English skill. That's why I try and impress this program.

    Since I have used this program I found 2 major and 1 minor reasons that are worth to keep it in my palm.
    Major reason:-

      # better font, easier to read: it's a simple like why palm had changed low resolution to high resolution screen, although it's not much better in term of more you can read, keep in mind than HiRes is 4 times bigger than old one. (I think HiRes shows text more less than 1.5 times of LowRes does) More resolution is significantly better in term of smoother font, easier to read. Like everyone always choose book that contains bigger, clearer and smoother. If everyone has choices, I can't think of folks who want to buy smaller text and harder to read for sure. Maybe another one reason is capable to handle more beautiful graphic. That's what FontSmoother does a lot better than what Palm OS did.

      #Using palm as multi-language device: I found that FontSmoother comes with font translator that we can change our own favourite font to display in palm. Basicly palm do not support multi-language system like unicode. So, only chance to display font in another language is to substitue other fonts to font that's not be used (Some that used in French, German or whatever. I have no idea how to call it) In this condition, if we can use another font that already replace with alphabet we want. It should work and able to read in any language by changing font in FontSmoother. And it works! I can read Thai on my palm that's not install thai program and doesn't doesn't require resetting device to change font. It's pretty cool. All stuff that require is font that's not unicode based.
      To create your own font easily, there are 2 ways:-

        1. Use font translator that comes with this program: This one uses DOS interface, so it maybe a little bit tricky for folks who start using PC with Windows. Anyway it's not complex, just read the manual or try another way.
        2. Use EasyConvert for FontSmoother and Plucker fonts 1.25: This one is windows interface, so it's pretty easy to do for sure. Here is a link Oops I forget to tell, it's freeware!
      One minor reason is making palm so beautiful. Ha ha, this is just funny reason but sometimes it's the most important to use to buy anything in our life.
         Finally, This program is a hack program, so it requires to install YAHM to make it work. However, it fully support new devices such as garnet devices and it runs very well. No lag found. It's really worth to try. You will find the way palm font better
      Reference: download from Palmgear

      This is Thai font I used: you may grab and try! here

        เป็นฟอนต์ลีลาวดี ครับ ถ้าคิดว่ามีอะไรเหมาะสมกว่านี้ก็แนะนำได้ค้าบ
      • Leelawadee 11pt: normal/bold
      • Leelawadee 12pt
      • Leelawadee 13pt: normal/bold