ครั้งนี้ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะว่า ผมค่อนข้างมั่นใจได้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่น่าจะต้องทำอะไรกับเรื่องนี้ครับ นี่เป็นการจัดการเรียงลำดับความสำคัญของเครือข่ายที่เครื่องเราใช้งานอยู่ ไม่ได้เกี่ยวว่า เครื่อข่ายจะเชื่อมต่อได้รึยัง? IP เป็นอะไร? ใช้ DHCP server รึป่าว? แต่จะเป็นสิ่งที่มาหลังพวกคำถามนี้ทั้งหมด โดยจะต้องเชื่อมต่อเครือข่ายให้สมบูรณ์ก่อน และปัญหามันจะเกิดตรงที่ มันมีหลายเครือข่าย ที่ดันไป intersection กันซักที่ (เช่น ทั้ง 2 เครือข่ายนั้นเชื่อมต่อ net ทั้งคู่) หรือไม่ก็ได้ แล้ว OS ไม่สามารถที่จะลำดับความสำคัญ (หรือ ความเร็ว) ที่เข้าถึงเป้าหมายได้ดีพอครับ เช่น

   ตัวอย่างที่ 1: เราเอา laptop ไปที่ office แล้วจำเป็นต้องเชื่อมต่อ LAN กับที่ office เราเพื่อที่จะดึงข้อมูล โดยเครือข่ายนี้อาจจะต้องใช้ proxy server หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้การเข้า net ไม่สะดวกสบายนัก เราก็เลยลอง search หา Wireless LAN เผื่อจะมีใครใจดีเปิดไว้ข้างๆตึก สรุปว่าดันเจอและ net เร็ว-แรงมากซะด้วย หรือ
   ตัวอย่างที่ 2 คือ เราอยากจะเปิด access point ที่บ้านเราให้มันสะดวกสบายกับตัวเองและคนอื่น 55 แต่เราก็ต้องการ security โดย ทำ LAN อีกวงไว้ในบ้านเป็นระบบปิด ไม่มีใครเข้าได้และไม่มี bridge เชื่อม 2 เครือข่ายนี้เข้าด้วยกันครับ

   ปัญหาของระบบเช่นนี้คือ OS มันจะสับสนว่ามันควรจะไปหาที่เครือข่ายไหนก่อน ยิ่งทั้ง 2 เครือข่ายมี DHCP server แยกกัน จะทำให้เข้าไม่ได้ทั้งคู่ หรือเข้าได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หรือช้าๆผิดปกติ โดยปกติแล้วตัว OS จะอิงตามความเร็วของเครือข่าย ซึ่ง LAN ตามทฤษฎีแล้วก็เร็วกว่า Wireless LAN อยู่แล้วครับ แม้จะ 100Mbps กับ 108Mbps WLAN ก็เถอะครับ wired มักจะทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว OS มันก็เลยจะมีค่า default ให้วิ่งไปตาม LAN ซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างในตัวอย่างแรก ปัญหาก็คือ net ที่ควรจะเร็วได้ ก็กลายเป็นช้าไป ตัวอย่างที่ 2 ก็กลายเป็นใช้ net ไม่ได้ซะอย่างนั้น เพราะมัวแต่ไปหาที่ loop ที่ไม่ได้มี net

การแก้ไข:

สำหรับ Mac OSX ก็ง่ายอย่างมากๆ โดยเข้า System Preferences >> Network >> Show: Network Port Configurations ก็จะได้ตามรูปครับ

 
    ที่เราต้องทำก็คือจัดการเรียงๆ มันเข้าไปให้ตามใจเรา การทำเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าทำ bridge นะครับ เพียงแต่ให้มันรู้ว่า มันควรจะวิ่งไปหาอันไหนก่อน ถ้าไม่มีค่อยเลื่อนไปลำดับต่อไป โดยทั้ง 2 เครือข่ายก็ยังแยกกันโดยอิสระอยู่ดี

    สำหรับ Windows XP, 2000 นั้นก็จะมี Adapters and Bindings Setting อยู่ใน Network Connections (run “ncpa.cpl”) >> menu: Advanced >> Advanced Setting ตามรูปครับ
 
    ก็จะคล้ายๆกับ Mac OS X แต่ปัญหาก็คือ windows มันเข้าใจยากกว่า ตรงที่มันยังมีอีก factor ที่ดันสำคัญกว่า นั่นก็คือ interface metric ที่จะอึงกับความเร็วในการเชื่อมต่อครับ ในกรณีที่ 2 เครือข่ายที่เราสนใจเป็น medium ตัวเดียวกัน (เช่น ใช้ LAN 2 loop) ใช้ใน Adapters and Bindings setting ก็เพียงพอครับ แต่ถ้าคนละ medium ก็ไม่พอ เราต้องมาดูค่าของ route metric ก่อนครับว่าเค้าแบ่งกันยังไง

Windows XP automatically sets relative route metrics based on link speeds such as the following.

Metric Description
10 Metric for a connection speed that is more than 200 megabits per second (Mbps)
20 Metric for a connection speed that is between 4 Mbps and 20 Mbps
30 Metric for a connection speed that is between 4 Mbps and 20 Mbps
40 Metric for a connection speed that is between 500 kilobits per second (Kbps) and 4 Mbps
50 Metric for a connection speed that is less than or equal to 500 Kbps

For more information and for an updated table that contains the link speeds and the metrics for Windows XP Service Pack 2-based computers, click the following article number to view the article in the Microsoft Knowledge Base:
note: นี่จาก Microsoft: Help and Support ครับ ดู link ได้ข้างล่าง หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม

   คิดกันง่ายๆ คือ เรากำหนดตามความเร็ว มันก็จะเรียงให้อัตโนมัติ โดยเราจะต้องเข้าไปแก้ใน Network Connections >> คลิ๊กขวาที่ Network Interface ที่ต้องการ >> Properties >> Click Internet Protocol (TCP/IP) >> Properties >> General tab: Click Advanced >> แล้วก็เอาติ๊กที่ Automatic metric ออก แล้วก็ใส่ค่าตามที่ต้องการครับ (ตามรูป)

 
   เท่านี้เราก็จะเชื่อมต่อหลายๆ network ได้โดยไม่มีปัญหาแล้วครับ

ปล. เรื่อง IP conflict หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ระวังด้วย ก่อนจัดการเรื่องนี้ ก็ควรจะเชื่อมต่อให้เรียบร้อยก่อนครับ ;-P

Reference::
- Microsoft: Help and Support: How to change the binding order of network adapters in Windows XP and in Windows 2000