คราวนี้มารุ่นเก่าตามเคยครับ แต่ไม่เก่ามากครับ จริงๆ ตอนนี้ก็มี Z22 ออกมาแต่ด้วยความที่มัน spec ต่ำกว่า (แม้จะดูน่ารักกว่า) แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่เลือกมันมาก็คือ ไม่มี expansion slot ครับ เลยกลายเป็น Zire 31 แทน เอาเป็นว่าเจ้ารุ่นเล็กจากค่าย PalmOne จะเป็นยังไงกันบ้างครับ ด้วยความที่ทำได้แทบทุกอย่างที่ควรทำได้สำหรับ PDA ในปัจจุบัน มีก็แค่จอที่เป็น Low-res ที่เพื่อลดต้นทุน จะส่งผลต่อเครื่องยังไงกันบ้าง


Spec
   Zire 31 เท่าที่ดูมันออกมาประมาณเดียวกับ Zire72 เลยครับ น่าจะเรียกว่าทำให้มันแบ่งแยกชัดเจนกันระหว่างตลาด 2 ระดับครับ Zire 72 ก็ดีกว่าเกือบทุกด้านครับ แต่ถ้ามองกันจริงๆ Zire 31 ที่ออกมาเพื่อทดแทน Zire 21 น่าจะเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาการอย่างมากๆของสาย Zire ระดับล่างเลยครับ เพิ่มทั้งจอสี, RAM จาก 8 --> 16 MB, Wave synthesis, ลำโพง หรือแม้กระทั่งความเร็วครับ มาดูกันก่อนครับ

   เรียกว่าใช้ได้เลยทีเดียวครับ กับ spec และตำแหน่งของตลาดครับ เอาเป็นว่ามาดูกันเป็นจุดๆก่อนครับ

    จอ STN transmissive display supporting thousands of colours: ด้วยขนาด 2.5" ครับ เล็กกว่าทั่วไปพอสมควรครับ (ปกติจะเป็น 3") การที่ทำอย่างนี้ผมมองว่าเค้าน่าจะต้องการทำให้จอที่เป็น low-res มีขนาด pixel ลดลงด้วย ซึ่งก็น่าจะดูสบายตามากขึ้นครับ และผลพลอยได้ก็คือขนาดเครื่องก็จะเล็กตามไปด้วยครับ เอาเป็นว่าเรื่องความละเอียดเอาไว้ค่อยมาดูกันอีกทีในส่วนของการใช้งานจริงครับ
    CPU: เรียกว่า มันออกมาในช่วงที่ CPU กำลังเพิ่มให้สูงขึ้นครับ (ดีขึ้นรึป่าวไม่รู้ 55) เลยทำให้ได้ผลพลอยได้เป็น Xscale 200MHz เลยครับ ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันเกินความจำเป็นไปหน่อยครับ เอา TI OMAP 144 MHz ก็น่าจะพอและก็น่าจะทำให้เรื่องเวลาในการใช้งานเพิ่มได้ซะอีกครับ แต่การมี CPU เร็วขึ้นหน่อยก็ไม่ใช่ข้อเสียอะไรครับ สำหรับ Xscale เห็นมีข้อเสียอีกอย่างนึงก็คือเรื่องการปรับ brightness มันแย่มากครับ (ต้องใช้โปรแกรมอื่นช่วย..ถึงจะดีครับ)
    Memory: อันนี้ก็ถือว่าไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยครับ เสียดายตรงที่ Dynamic heap น้อยไปหน่อยครับ คงเพราะเป็นจอ Low-res เลยทำให้เค้าไม่คิดว่าจะใช้โปรแกรมที่ใช้ graphic เยอะๆครับ เลยให้มาแค่นี้ก็คงพอครับ มันเลยมีผลทำให้อาจจะส่งผลกับเกมบางอย่างที่ใช้บน Low-res ได้แต่ยังมีความต้องการ dynamic heap เยอะอยู่ครับ (ไม่แน่ใจเหมือนกัน ฮ่าๆ ว่าจะมีรึป่าวครับ)
    Wave synthesis & speaker: อันนี้หล่ะครับ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ไม่คิดว่าจะมีในรุ่นระดับนี้ เอาเป็นว่าเจ๋งมากๆครับ
   อืม.. เรียกว่าในเรื่อง spec นี้สอบผ่านเลยครับ 55

to the top



Design & Material
   ฮ่าๆ ส่วนนี้เอาเป็นว่า ผมก็ไม่ได้หวังอะไรมากตั้งแต่ต้นครับ ก่อนที่จะจับตัวนี้ก็นึกถึง Zire21 ก่อนเลยครับ ก็เป็นพลาสติกมันๆปกติครับ ..แต่พอจับตัวจริงๆ ผิดคาดครับ

   ตามรูปเลยครับ ด้านหลังก็เหมือน Zire21 เลยครับ พลาสติกแบบเดียวกันเป๊ะ และก็มีลำโพงแปะอยู่ข้างหลังครับ ส่วนปุ่ม reset นั้นแทบจะมองไม่เห็นเลยครับ เล็กทีเดียวครับ.. และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบสำหรับ series นี้..คือ stylus มันจิ้มไม่ได้.. ต้องหา clip อะไรมาจิ้มเอง.. อะไรกันเนี่ย~ -_-' แต่ส่วนด้านหน้าจะเคลือบสีฟ้าๆทำให้ดูดีขึ้นเยอะครับ ไม่เป็นของเล่นมากนักครับ ฮ่าๆ สำหรับปุ่มทั้งหมดผมว่าปุ่ม power, calendar, contact ทำได้ดีครับ ผมชอบปุ่ม power ที่วางลักษณะนี้นะครับ ตั้งแต่ T|C แล้ว เพราะว่ากดง่ายมากครับ สะดวกกว่าวางไว้ข้างบนแล้วทำเป็นหลุมๆกดลำบากเยอะเลยครับ ปุ่มทั้ง 3 นี้จะอยู่ในระนาบเดียวกับตัวเครื่องเลยนะครับ ทำให้โอกาสไปกดมันเองเรียกได้ว่าไม่มีเลยครับ ต้องตั้งใจกดเห็นๆครับ ส่วน 5-way navigator ผมว่ามันใช้พลาสติกแบบนี้ดีกว่าแบบพวก T|E หรือแบบ T|T2 หล่ะครับ เพราะว่ามันจะเป็นแบบมนๆ เป็นสันๆ นิดเดียวครับ กดง่าย ไม่เจ็บนิ้ว (นิ้วไม่ด้านแน่ๆครับ 55) ถึงแม้ 5-way แบบนี้จะดูมีราคาน้อยกว่า T|E T|T2 แต่ทำอย่างงี้ผมว่าสบายนิ้วกว่าเยอะครับ

   ด้านข้างครับ.. ด้านนึงก็ไม่มีอะไรเลย อีกด้านก็มาเป็นที่เสียบทั้ง mini USB และ power ครับ เอาเป็นว่าเห็นแล้วก็สวยครับ แต่ไม่มั่นใจกับยางที่ปิดพวกนี้เลยครับ จากประสบการณ์แล้ว ถ้าใช้ๆไปมันจะเปื่อย มันเสียไปจนได้ แล้วก็เป็นสิ่งที่เสียความรู้สึกพอสมควรครับ รวมทั้งเวลาเสียบสายอยู่มันเกะกะยังไงก็ไม่รู้ครับ แต่ในเรื่องประโยชน์ของมันก็ทั้งทำให้มันดูสวย และก็ปิดสิ่งสกปรกทั้งหลายได้ ก็นานาจิตตังครับ งานนี้ แต่ตำแหน่งที่วางด้านข้างนี่ผมว่า ok กว่าวางไว้ด้านบนแบบ Zire21 ครับ

   ด้านบนครับ อันนี้เป็น การวางแบบปกติทั่วไปครับ infrared port ก็อยู่ด้านนี้ครับ สำหรับ stylus ดูมันก๊องแก๊ง พลาสติกธรรมดาๆ เหมือน Zire21 และ Zire 72 เลยครับ หลังจากที่ลองใช้ก็เห็นข้อดีมันอย่างนึงครับ ด้วยความที่ว่าเป็นพลาสติกอย่างนี้ทำให้โอกาสที่มันจะทำให้จอเป็นรอยนั้นน้อยมากๆครับ แต่ก็นั่นแหละครับ ฮืมๆ ไม่มีที่ให้จิ้ม reset เลย...ฮืมๆๆ และมาดูส่วนที่น่าประทับใจมากๆอย่าง softcover ครับ ...เป็น silicone ครับ นิ่มๆหยุ่นๆ ทำความสะอาดง่ายครับเอาเป็นว่าผมชอบมากกว่าพวก T|E, T|T3 ที่เป็นหนัง และ/หรือขนๆ ใช้แล้วสกปรกง่ายมากแล้วมันดูไม่ดีเลยครับ เวลาใช้ไปนานๆ



built-in Software
   มาดูโปรแกรมที่ให้มาใน ROM กันครับ เรียกว่าน่าจะเพียงพอกับ organizer ดีๆซักตัวครับ..
    • ชุด PIM ใหม่ครับ v1.1 ครับ
    • Calc
    • Card info
    • Expense - ยังมีมาให้อีกแฮะ ..ฮ่าๆ
    • Hotsync
    • Photo - สิ่งที่ต้องมีเพราะว่าเป็นตัวช่วยในการแสดงรูปหล่ะครับ
    • Prefs
    • Quick Tour - อันนี้เป็นเรื่องควรอ่านผ่านตาซักรอบครับ
    • RealOne - อันนี้ตัวชูโรงครับ
    • World Clock
   เรียกได้ว่าชุด PIM ตัวนี้น่าจะเป็นตัวสุดท้ายก่อนเข้าสู่ Garnet นะครับ ดังนั้นก็น่าจะเป็นตัวสุดท้ายที่ยังใช้ 5-way navigator ของเครื่องเก่าๆได้ทั้งหมดครับ ส่วนถ้าพวก garnet ก็อาจจะใช้ได้ไม่ทั้งหมดครับ เอาเป็นว่าถ้าได้ลองค่อยมาว่ากันอีกทีครับ ส่วนเรื่องชุด PIM ใหม่ก็แยกออกเป็นอีกเรื่องเรียบร้อยแล้วครับเป็น v1.1 ครับ link นี้ครับ
   ส่วนโปรแกรมอื่นๆก็น่าจะได้เห็นใน palm รุ่นก่อนๆทั้งหมดครับ ทั้ง World Clock ที่ช่วยให้เวลาต้องการดูเวลา ก็เพียงแค่กด center ของ 5-way ก็จะได้ดูเวลาแบบง่ายดาย ...และประหยัดเพราะมันก็ปิดเอง Photo ที่ไม่ได้มีดีอะไรนัก แต่ sync กับ Palm Desktop ได้ และ RealOne ที่ต้องยกให้เรื่องการใช้งานได้อย่างสะดวกว่องไว เข้าใจง่าย (ก็มันมีไม่กี่ปุ่มเองนี่นา 55)

การใช้งานจริง..
   อืม.. หลังจากใช้งานแล้ว มาเรื่องที่เห็นชัดที่สุดกันก่อนเลยครับ นั่นก็คือ หน้าจอครับ จอ Low-res นั่นเอง มันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวมันเองครับ จอที่เค้าเลือกใช้เป็นจอ STN ครับตามปกติแล้วจอ STN นั้นจะมีอยู่ 2 ตัวครับ คือรองรับสีได้ 4k หรือ 64k ครับ แต่ที่ PalmOne เลือกเป็นจอสี 4k ครับ ยังไงก็ตามข้อจำกัดของจอ STN คือ frame rate ด้วยครับ นั่นคือมันไม่สามารถใช้งาน หรือแสดงผลที่ frame rate สูงๆได้ครับ แต่ในจุดที่มันทำหน้าที่คือ Palm เรียกว่าไม่มีปัญหาเลยครับ แต่ถ้าอยู่ในจุดของเครื่องเล่นเกมเอาเป็นว่าคงไม่เหมาะเป็นแน่ครับ เพราะว่ายังไงก็แล้วแต่เกมมันจะมีการเคลื่อนไหวของภาพค่อนข้างมากครับ เอาเป็นว่าหลังจากดูความเหมาะสมแล้วละก็ ความรู้สึกที่ใช้มันเป็นยังไงกันแน่หล่ะ บอกง่ายๆเลยครับ มันเหมือนความรู้สึกของ T610 เทียบกับ T630 เลยครับ แบบว่าถ้าอยู่ตัวเดียวโดดๆ จะไม่รู้สึกอะไรมากครับ แต่ถ้ามาวางคู่กัน จอ TFT ฉายประกายได้มากกว่าเยอะครับ เพราะว่าจอ STN ของเจ้า Zire 31 นั้นมันแสดงสีได้แบบซีดๆครับ ภาพที่ได้เลยอาจจะขาดอารมณ์ไปได้ทีเดียวครับ และ pixel ที่ค่อนข้างใหญ่นั้นทำให้รู้สึกจริงๆครับ เรียกกว่าอาจจะเกะกะสายตาได้ในบางอารมณ์เลยครับ ลองดูภาพกันครับ จากรูปจะเอา Hi-res มาเทียบให้ดูด้วยครับ จริงๆก็ไม่น่าจะเทียบกันได้หรอกครับ แต่ว่าอยากเพียงแสดงให้เห็นว่าจอ STN นั้นความสดของสีมันต่างกับ TFT แค่ไหนครับ

   ส่วนเรื่องการแสดงผลอย่างพวก Text ถ้าใครใช้ OS4 มาก่อนก็คงจะไม่รู้สึกอะไรครับ แต่ถ้าเคยใช้ Hi-res ก็อาจจะรู้สึกบ้างครับ เพราะว่ามันจะแสดงผลได้น้อยกว่า Hi-res อยู่พอสมควรครับ สำหรับภาษาอังกฤษแล้วตัวอักษรก็จะเห็นได้ชัดเจนทุกตัวอักษร ทุกขนาดครับ แต่ถ้าภาษาไทยแล้วผมว่ามันจะมีบางตัวที่ดูแล้วไม่ค่อยสมส่วนหล่ะครับ ไม่เหมาะกับคนสูงอายุสายตาไม่ดีอย่างแรงครับ ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

   จะเห็นได้ว่าก็ ok ครับ ไม่มีปัญหาเรื่องการอ่านเรียกว่าอ่านได้ชัดเจนครับ แต่ในเรื่องของพวกเกมนั้น ผมว่าสีมันไม่สวยอย่างแรงครับ แนะนำให้ใช้เป็น organizer เป็นหลัก ถ้าคิดจะเอามาเล่นเกมก็ผ่านเครื่องนี้ไปได้เลยครับ ไม่เหมาะครับ
   ต่อมาจะมาส่วนเรื่องความเร็วในการใช้งานครับ เรียกได้ว่า Xscale 200MHz กับจอ Low-res นั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ สบายไม่มีจังหวะช้าให้เห็นเลยครับ กดปุ๊ปมาปั๊บตลอดครับ เรียกได้ว่าน่าประทับใจครับ ส่วนเรื่องแบตเตอรี่นั้นเท่าที่ผมทดสอบก็จะอยู่ได้ประมาณ 2-3 วันครับ ถ้าเปิดเล่น mp3 แล้วปิดจอก็จะอยู่ได้ประมาณ 4 ชม. ซึ่งผมว่าก็ทำได้ดีทีเดียวครับ อีกอย่างที่ต่อเนื่องกันคือเรื่องลำโพงครับ เจ้าตัว Zire31 นี่ทำได้แปลกจากตระกูล Zire มากๆครับ คือมันเสียงดังฟังชัดดีมากครับ ถ้าเปิด mp3 ก็ยังเสียงดังฟังชัด แม้จะไม่ใสอะไร แต่เรื่องความดังนี่หายห่วงเลยจริงๆครับ volume แค่ 10-20% กับหูฟัง sennheiser ก็แทบหูแตกแล้วครับ เหอๆ ส่วนคุณภาพ 55 บอกไม่ได้ครับ อธิบายไม่เป็น เอาเป็นว่า ipod เพราะกว่าครับ แค่นั้นที่บอกได้ อ้อ ข้อติอีกอย่างก็คือเมื่อเสียบหูฟังแล้วจะได้ยินเสียงซ่าชัดเจนเลยครับ ขณะที่ไม่เปิดเพลง การที่มันเป็นอย่างนี้แสดงว่ามี noise เยอะมาก ไม่ก็วางเส้น ground ห่วยมากครับ เกิดอารมณ์นี้ขึ้นได้ครับ แต่พอฟังแล้ว ผมว่าเสียงมันดังจนกลบครับ 55 จริงๆหูไม่ถึงด้วยครับ สรุปแล้วก็เอาไว้ฟังเล่นๆ เปิดในห้องแบบไม่ต้องเสียบหู แก้เหงาได้ดีครับ ^_^
   อีกอย่างคือเรื่องปรับแสงหน้าจอ Zire 31 ก็จะปรับได้แค่ 2 ระดับนะครับ คือ low และ high ครับ เรียกได้ว่ามาแปลกครับ

   การที่มีปรับ contrast นี่ก็เป็นเหตุมาจากเจ้าจอ STN ครับผม แต่ผมว่าก็มีเพียงแค่ระดับเดียวหล่ะครับ ที่ทำให้แสดงผลได้สีที่ดีที่สุดครับ

to the top



บทสรุป PalmOne Zire 31
   สำหรับเจ้า Zire 31 ผมว่ามันเหมาะกับเป็นเครื่องสำหรับคนเพิ่งเริ่มใช้ไม่ก็เอาไว้ช่วยกันหลงๆลืมๆ จดๆตาราง ข้อมูลเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะใช้เป็นเครื่องแก้เหงายามว่างครับด้วยราคาสำหรับยุคประหยัด และการออกแบบที่น่ารักดีทีเดียวครับ รวมทั้งฟังก์ชันต่างๆค่อนข้างครบถ้วนทีเดียวครับ มันพอจะทำให้ชอบการใช้ palm ขึ้นมาได้ทีเดียวครับ สำหรับตัวนี้ผมว่าข้อเสียมันคือแค่ที่เค้าเลือกจอ STN ครับ จริงๆเรื่อง low-res ก็ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักเท่าไหร่สำหรับการใช้งานเป็น organizer และการใช้งานทั่วไปครับ แต่ถ้าเค้าเลือกจอ TFT ให้ดูสีสดน่ามองขึ้นอีกนิดจะดีขึ้นมากจริงๆครับ ;p

   ฮ่าๆ ถ้ามันเปลี่ยนจอเป็น TFT นี่ผมว่าผมให้ได้เกือบเต็มเลยนะครับเนี่ย สำหรับ Zire31 กับตำแหน่งของตลาดของมัน ^_^ แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็คงตั้งเลือกกันแบบหนักใจหล่ะครับ ว่าจะเอา Zire 31 หรือ Tungsten|E ฮ่าๆ ;p