คราวนี้เรามาดูกันอีกแล้วครับ เป็น Value Select ที่ผมว่าน่าสนใจมากทีเดียวครับ แม้จะเป็นรุ่นที่วางอยู่ในระดับที่ต่ำสุด แต่.. สำหรับ TJ27 นี้ถ้าดูจาก spec แล้วก็ไม่ได้ด้อยแต่อย่างใดหล่ะครับ แต่สำหรับการวาง feature ของ Sony นั้นเค้าวาง PDA ในแต่ละระดับที่ต่างกันนะครับ ผมว่าเนื่องจาก feature ที่ขาดหายไปสำหรับ Clie ในระดับล่างๆจะกลายเป็น Wave synthesis แทน ต่างกับการวางตลาดของ Palm Inc. ที่จะตัดเรื่องอื่นๆแทน แต่ในส่วนของ wave synthesis กลับแทบจะกลายเป็นฟังก์ชั่นปกติสำหรับทุกๆ เครื่อง แม้แต่ Zire31 ที่แม้แต่จอยังเป็น Low-res ก็ยังมีฟังก์ชั่นนี้อยู่เลยครับ อันนี้ก็คงต้องเลือกหล่ะครับ ว่าอันไหนจะเหมาะสมกันมากกว่าสำหรับแต่ละคนหล่ะครับ
   สำหรับ TJ27 นี้เท่าที่จับดูจะเป็นเครื่องคู่ duo กับ TJ37 หล่ะครับ ทุกอย่างแทบจะเหมือนกัน body เดียวกัน เพียงแค่สีต่างกัน และสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาของ TJ37 คือ Wifi และ wave synthesis นั้นเองครับ.. ขนาดชื่อของ TJ27 และ TJ37 ยังเป็นฝาแฝดกันเลยครับ นั่นคือ Leia และ Luke ตามลำดับ แม้จะเป็นแฝดคนละเพศก็เถอะ ฮ่าๆ ;p


Spec
   เรามาดูกันเรื่องแรกครับ spec นั้นเองครับ สำหรับเจ้าตัวนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาจริงๆครับ ถึงแม้จะไม่ได้หรูหรา เลิศเรอ แต่ผมว่าดูแล้วว่ามันเป็น PDA ที่ไม่ใช่ธรรมดาตัวนึงจริงๆหล่ะครับ

   สำหรับ Palm ผมว่าด้วย spec ขนาด TJ27 นั้นค่อนข้างจะดีมากครับ ในตำแหน่งของ Value Select อีกมุมมองนึงที่อยากจะให้ดูนั้นก็คือ มุมมองในการเปรียบเทียบกับเครื่องอื่นครับ สำหรับ TJ27 นั้นผมว่าน่าจะวางตลาดในตำแหน่งเดียวกับ T|E ของ PalmOne หล่ะครับ ด้วยราคา $199 เท่ากันในการเปิดตัว แต่ด้วย spec ที่ผมว่าเป็น spec คนละมุม..เลยหล่ะครับ แต่ไม่ว่าจะยังไง T|E ก็ขายดีกว่า.. ไม่ว่าจะเพราะการทำตลาดของ PalmOne ที่ดีกว่า Sony แล้วการใช้งานของ Palm ที่ผมยังว่าเอื้อความสะดวกให้มากกว่า Clie แล้ว แต่ผมว่า Clie มันดีจริงๆครับ เรื่องวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ ส่วนเรื่องการใช้งานก็ค่อยมาหาโปรแกรมมาช่วยละกันครับ ฮ่าๆ มาลองดูแบบเชิงเปรียบเทียบกับ T|E ดีกว่าครับ

Model Name
PEG-TJ27
Tungsten|E

OS
5.2.1
5.2.1

Storage Heap
23MB
29MB

Dynamic Heap
8MB
2MB

CPU
Motolora i.MXL 200MHz
TI OMAP 126MHz

MP3
No
Yes

Speaker
Buzzer
Mono Speaker

Jack
No
3.5mm Stereo Jack

Camera
CMOS 300k pixels
No

Expansion
MemoryStick
SD

Navigator
Jog-dial
5-way

Power Switch
On-Hold
On

Indicator
Open/Full charge, read/write MS LED
No

On/Off backlight
Yes
No

Write onscreen
No
Yes

วิธี Reset
จิ้มได้เลย
ต้องถอดหัว stylus มาจิ้ม

   จากมุมมองของผม ผมว่าทั้ง T|E และ TJ27 นั้นต่างมีจุดเด่นต่างกันจริงๆครับ แทบจะเป็นนละด้านกันเลยครับ ซึ่งฮ่าๆ ถ้าเอามารวมกันนี่คงจะดีไม่ใช่น้อยแฮะ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้หล่ะครับ เอาเป็นว่าเรามาดูกันว่า TJ27 มันเจ๋งแค่ไหน ฮ่าๆ~ บอกได้แค่ว่า... ไม่ผิดหวังแน่ๆครับ ที่ผิดหวังอย่างเดียวก็ Memorystick นี่ตัวแพงหล่ะครับ 555 ส่วนที่เทียบๆนั้นที่สีจางลงก็แค่ความแตกต่างไม่ชัดเจนนักแต่ก็เห็นหล่ะครับ ^_^ แต่ที่สีเข้มขึ้นก็แตกต่างกันชัดตาม sense ที่ควรจะรู้สึกหล่ะครับ แหะๆ

to the top



Design & Material
   ในส่วนของการออกแบบ Clie ก็ยังคงรักษาแบบเดิมๆครับ (แหะๆ คือผมเห็นว่า Clie ค่อนข้างจะออกรุ่นมาก แต่การออกแบบไม่ต่างกันเลยแฮะ ใน series เดียวกัน ซึ่งสำหรับ TJ27/37 มันก็ต่อมาจากพวก TJ25/35 ซึ่งก็พัฒนามาเล็กน้อย) ยังคงใช้สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองคือ Jog-dial แต่สำหรับ TJ series ก็ไม่มีปุ่ม back ซึ่งผมว่าน่าเสียดายทีเดียวหล่ะครับ
   แต่เจ้า TJ27 นั้นผมว่าออกแบบมาด้วยสวยทีเดียวครับ ออกแบบมาได้เหมือนกับเป็นหนังสือโดยที่มีปกเป็นแผ่นปิด หรือ soft cover ซึ่งก็จะเอาออกก็ได้ครับ ตามใจคนใช้หล่ะครับ ส่วนมุมมองที่นอกเหนือไปจากการเป็น PDA ก็คือการทำหน้าที่เป็นกล้องด้วยปุ่ม ปิด/เปิดหน้ากล้องนั้นอยู่ด้านล่างฝั่งขวามือ และมีปุ่ม shutter อยู่ฝั่งขวา มุมล่างๆ ทำให้เวลาจับตอนถ่ายรูปให้ความรู้สึกเหมือนกับกล้องทีเดียวครับ เป็นการออกแบบค่อนข้างลงตัวครับ ทั้งการใช้เป็น PDA และเป็นกล้อง digital ซึ่งในเรื่องคุณภาพค่อยไปว่ากันทีหลัง แต่มันถือว่าดีทีเดียวหล่ะครับ
   มาดูกันในส่วนตัวเครื่องกันเลยครับ ตัวนี้ Clie เค้าออกแบบมาในรูปแบบปกติครับ 4 ปุ่มมาตรฐานอยู่ข้างหน้าและมี Jog dial ตรงกลาง

   ในส่วน body ของ TJ27 ก็จะเป็นพลาสติกเคลือบสีเงินดำต่างกับ TJ37 ที่สีจะเป็นสีเงินอ่อนๆครับ แต่ก็ดูดีครับ เรียบร้อย เก็บงานดี เท่าที่ดูก็จะเห็นมีแต่หน้าจอครับ ที่ไม่ทราบว่าจะเว้นขอบจอไว้เยอะๆทำไมครับ น่าจะเก็บให้เรียบร้อยไม่ก็ขยายจอให้ใหญ่เท่า body เลยน่าจะดีกว่า

   ผมไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แต่ว่าก็น่าจะเพราะตัวนี้หล่ะครับ ตัวปรับ brightness นี่ละมั้งครับ เพราะมันวางตำแหน่งแปลกๆเลยส่งผลให้ขอบจอหนาขึ้นมั้งครับ จริงๆ ถ้าวางเหมือน palmOne ก็น่าจะเรียบร้อยกว่านะครับ ผมว่าตำแหน่งนี้

   มาดูกันในส่วนของ soft cover ที่ทำมาเพื่อป้องกันหน้าจอของ TJ27 ผมว่าทำออกมาได้สวยครับ เป็นเหมือนหนังสือบางๆเล่มนึงเลยครับ ออกแบบมาได้ดีจริงๆครับ ตรงนี้ สามารถเปิดออกได้อย่างสะดวกและพับไปรองด้านหลังได้เลยครับ เป็นทั้งตัวช่วยรักษาเครื่องจากรอยขีดข่วนแถมยังออกแบบมาเพื่อช่วยให้เจ้า TJ27 ดูดีอีกด้วยครับ

   จากรูปสุดท้ายจะเห็นได้ว่าเมื่อพลิก soft cover มาด้านหลังนะครับ มันจะเป็นเหมือนกล้องดีๆนี่เองครับ แต่ที่จะแสดงให้ดูอีกอย่างก็คือ soft cover เค้าทำมาค่อยข้างดีครับ คือจะไม่เรียบเสมอกันครับบริเวณ ปุ่มมาตรฐานและ jog dial ครับ จะเป็นเหมือนพลาสติกไม่หนามากครับ เพียงแค่รองรับอยู่รอบๆปุ่มทั้งหมดครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกดโดยไม่ได้ตั้งใจครับ ต่อไปเรามาดูกันทีละส่วนกันดีกว่าครับ

   ตำแหน่งในการวาง infrared และ memorystick ก็เป็นไปตามปกติครับ และสิ่งที่ผมชอบอีกอย่างของ Clie ก็คือ LED แสดงสถานะของ MemoryStick นี่แหละครับ ดูเค้าใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆดีครับ
   ด้านข้างฝั่งซ้ายก็จะเรียบๆไม่มีอะไรครับ เพราะจริงๆออกแบบไว้สำหรับยึด soft cover ครับ ส่วนฝั่งขวาก็จะมีปุ่ม Power/Hold และ shutter ครับ โดยจะอยู่ทางด้านล่างทั้งหมดครับ ที่จะต้องระวังก็เหมือนๆกับ T|T2, T|T3 หล่ะครับ น่าจะหาอะไรมาปิดตรงที่น๊อตด้วยนะครับ วันดีคืนดีมันอาจจะหายไปไม่รู้ตัวเลยหล่ะครับ .. อย่างน้อยก็กันไว้ดีกว่าแก้ครับ

   ก็จะมีปุ่มปิด-เปิดหน้ากล้องครับ ทำได้ค่อนข้างดีครับ ออกแบบมาเพื่อใช้งานกล้องได้แบบเหมือนกล้อง digital ทีเดียวครับ ซึ่งจะไปดูในในส่วนต่อไปครับ ส่วนปุ่มกดลองสังเกตดูครับทำมาค่อนข้างจะเรียบ เมื่อเทียบกับตัวเครื่องครับแต่ก็กดง่ายไม่ได้ลำบากแต่อย่างใดครับ ซึ่งการทำก็ทำให้มีโอกาสที่จะเก็บในกระเป๋าแล้วมีอะไรไปกดมันน้อยลงมากครับ ถึงแม้จะมี soft cover ช่วยไปแล้วระดับนึงก็ตาม แต่นี่คงเผื่อไว้สำหรับไม่อยากใช้ soft cover ด้วยหล่ะครับ ออกแบบไว้ดีจริงๆครับ จุดนี้

   stylus สไตล์เล็กๆ ยึด-หดได้ อาจจะจับไม่สะดวกเท่าไหร่หน่ะครับ ซึ่งก็เหมือนๆกับ TH55 ครับ แต่จะมีข้อดีก็ตรงที่ไม่ต้องถอดอะไรออกมาเพื่อ reset หล่ะครับ ตรงหัวของ stylus ก็จิ้มรู reset ได้ทันทีครับ ถือว่า ยังมีข้อดีมาลบล้าง ข้อด้อยไปได้ครับ หุหุ ส่วน connector ก็จะเหมือนเจ้า TH55 หล่ะครับ มีเจ้าตัวเล็กเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่าง Palm กับสาย sync และสาย charge ครับ ซึ่งถ้าจะมองกันมันก็มีทั้งดีและไม่ดีหน่ะครับ แต่สำหรับผมแล้วผมกลับว่าน่าจะใช้ cradle มามากกว่านะครับ ฮ่าๆ ซึ่งที่ใช้ได้ก็ UC-55 หล่ะครับ ตัวละพันกว่าครับ ต้องหาเพิ่มเองครับ งานนี้ แต่เจ้า cradle ตัวนี้สวยดีทีเดียวครับ ^_^ น่าใช้ดีมากๆครับ

   มาดูกันเทียบกับตัวอื่นดูครับ บางกว่าแน่นอนครับ ^_^ แต่ผมว่าดูมันใหญ่(กว้าง+สูง)กว่า T|T2 อยู่พอสมควร ซึ่งก็น่าจะเพราะการออกแบบที่เป็นสี่เหลี่ยมมากๆหน่ะครับ ส่วน T|T2 ก็จะมนๆหน่ะครับ เลยทำให้ดูเล็กกว่าพอสมควรครับ แต่ถ้าใช้จริงก็จะไม่ค่อยรู้สึกหล่ะครับ



built-in Software
   สำหรับโปรแกรมที่มาด้วยกับเจ้า leia ก็คือ
    • ชุด PIM เก่าครับ (Datebook, Address, To do list, Memopad)
    • Calc
    • Card info
    • CLIE Camera
    • CLIE FAQ
    • CLIE Files
    • CLIE Memo - อันนี้ทดแทน Notepad ที่ไม่มีหล่ะครับ แถมมีสีซะด้วยครับ อิอิ
    • CLIE Viewer - อันนี้ก็ Photo ของ Palm หล่ะครับ
    • Data Import - โปรแกรมแรกที่คิดจะให้ Palm เป็น Card Reader
    • Graffiti 2 help
    • MS Backup - โปรแกรม backup ง่ายๆมันคือ copy file ลง card แบบ one-touch นั่นเอง
    • Prefs - อันนี้มีอะไรดี.. ค่อยมาดูกันครับ
    • Security
    • Welcome
   จะเห็นได้ว่าทาง Sony จะเห็นความสำคัญกับ Software bundle มากกว่าทาง Palm Inc. นะครับ แม้จะบอกว่าก็หา download ได้ ซึ่งดีกว่าโปรแกรมที่ให้มาอีก แต่ผมกลับมองว่า เค้าค่อนข้างใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ดีครับ อย่าง MS Backup เนี่ย ถึงแม้จะไม่ดีอะไรแต่มีไว้ก็ดีกว่าไม่มีหล่ะครับ ส่วน Data Import แม้จะต้องลง driver แต่เค้าก็ยังคิดว่ามันน่าจะมีให้อ่าน MemoryStick ง่ายๆกว่าที่จะต้องมาหา CardReader หล่ะครับ ^_^ แล้วจะมาดส่วนที่เด่นๆกันครับ
PIM
   ชุด PIM นี้มีความพิเศษกว่าปกติอยู่ตรงที่ Address ครับ เป็น Photo Address ครับ ใส่รูปได้ง่ายดายครับ คงเป็นผมมาจากเป็น Palm ที่มีกล้องด้วย Sony เลยทำมาให้พร้อมครับ ส่วนเรื่องการเก็บข้อมูลยังคงเป็น 4kB ครับ ต่างกับ TH55 อยู่ครับ

   แต่สำหรับ Leia นี้ก็สามารถจัดการเอาชุด PIM ใหม่ลงได้ครับ ใช้ได้ดี ไม่มีปัญหาครับ ก็จะขาดเพียงแค่จะใส่รูปใน Address ไม่ได้เท่านั้นเองครับ แต่ก็จะเก็บได้ 32kB ซึ่งผมถือว่าคุ้มครับ ^_^
CLIE FAQ: อันนี้ผมว่าดีมากเลยครับ เป็นคำถาม-คำตอบเป็นหมวดหมู่ดีครับ

CLIE Files
   โปรแกรมนี้ถึงจะไม่ดีเท่า FileZ แต่ผมว่าเค้าก็ดีนะที่ยังมีให้ครับ ... อ้อ.. แต่อย่างว่าครับ มีให้ทั้งทีจะไม่มีอะไรดีเลยก็คงไม่ใช่แล้วหล่ะครับ จริงๆแล้วมันยังสามารถจัดการ zip ได้อีกด้วยครับ สงสัยกะว่าจะให้ zip ใส่ MS เพราะรู้ว่ามันแพง แล้วค่อยแตกออกมาใช้งานที่ com ที่ทำงานมั้งครับ ฮ่าๆๆ แล้วก็ถ่ายข้อมูลด้วย Data Import ต่อ หึหึ ต่อเนื่องกันจริงๆครับ ;p
CLIE Memo
   ตัวแรกที่จะพูดถึงแม้มันก็จะแค่เหมือน Notepad ของ Palm แต่มันกลับมีอะไรที่มากกว่าครับ ที่มันเหนือกว่า Notepad แบบเห็นๆก็เรื่องสีหล่ะครับ เจ้า Clie Memo นี้ใช้สีได้ 256 สีหล่ะครับ แต่อย่างว่าเวลาจะจดอะไรเร็วๆมันก็คงไม่ได้เปลี่ยนหรอกครับ แต่มีไว้ก็ดีก่วาไม่มีหล่ะครับ อย่างน้อยก็เอาไว้ highlight ให้มันชัดเจนขึ้นได้ครับ ^_^

   จากรูปลองดูการทำงานมันนะครับ คือ เห็นปุ่ม 4 เหลี่ยมอยู่ทีมุมๆ (1 หน้าจะเป็น 6 ส่วนนะครับ) เป็นตัวกดเพื่อจะเขียนในส่วนนั้นๆครับ และเมื่อกดปุ่มอื่นมันก็จะเหมือน Zoom มาให้ แล้วถ้าเป็นส่วนอื่นที่ไม่ได้กดก็จะเป็นสีเทา... เพื่อให้หน้าที่กดเด่นชัดขึ้นอีก โหห ผมว่ามันเป็นการออกแบบการใช้งานที่ค่อนข้างสะดวกในการใช้จริงมากๆ แต่ถ้าต้องการให้เป็นแบบธรรมดาก็ทำได้โดยกดที่ปุ่มที่ active อยู่ก็จะทำให้เขียนได้ในทุกส่วนเหมือนเป็นกระดาษแผ่นเดียวกันตามปกติครับ ถ้าเคยใช้ Palm และเคยหงุดหงิดเวลา notepad มันเล็กไป... มองได้ไม่ทั่ว ผมว่า CLIE Memo ค่อนข้างจะตอบสนองความต้องการนั้นได้ดีทีเดียวครับ
   แต่... ไม่ใช่ว่า CLIE Memo ตัวนี้ดีกว่า Notepad ทุกเรื่องแฮะ มาดูกันส่วน toolbar ครับ สิ่งที่ผมประหลาดใจอย่างนึง คือ ไม่มีตัวลบ! มีแต่ undo กับ redo หล่ะครับ อืม.. ผมว่ามันแปลกๆจริงๆครับ และบางทีมันก็ไม่สะดวกนักหน่ะครับ ส่วนการควบคุมนั้น ค่อนข้างแย่ครับ เพราะเราจะดูได้เพียงแค่หน้าเดียวหล่ะครับ ไม่สามารถใช้ปุ่มใดๆในการเปลี่ยนไปดู memo อื่นได้ต้องกดที่ toolbar เพื่อเข้าไปหน้าหลักแล้วค่อยเข้าไปอีกหน้าแทนครับ อืม..ตรงนี้ผมว่า Notepad ทำได้ดีกว่ามากครับ เพราะใช้ 5-way ได้มีประโยชน์กว่ามาก ส่วน CLIE memo กลับไม่ใช่ปุ่มให้เป็นประโยชน์เลย.. ^_^"
Clie Viewer
   สำหรับโปรแกรมตัวนี้ผมว่าไม่มีอะไรพูดมากหรอกครับ เพียงแค่ว่าข้อดีของมันคือใช้ Jog-dial ในการ zoom in/out ได้ ฮ่าๆ แต่ข้อเสียสุดของมันกลับเป็นการเปลี่ยนรูปกลับต้องออกจากรูปที่ดูเพื่อไปเลือกรูปใหม่หล่ะครับ สุดๆของความไม่สะดวกครับ ^_^" อันนี้เป็นเหตุนึงเลยครับ ที่ลง Resco Viewer ดีกว่า แหะๆ
Prefs
   อันนี้ที่เอามาพูดถึงก็เพราะความแตกต่างระหว่าง Palm และ Clie ก็จะอยู่ตรงนี้ด้วยครับ คือการจัดหมวดหมู่ต่างกัน ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ต่างกันมากในภาพรวมหน่ะครับ

   อืม สิ่งนึงที่เห็นได้ชัดคือ Clie เค้าจัด Theme อยู่ในส่วน Prefs | general หล่ะครับ ซึ่งผมว่าเค้ามี Theme ให้เลือกมากกว่าของ Palm หล่ะครับ อันนี้ผมว่าเจ๋งกว่าครับ แต่ส่วนที่อยากจะบอกว่าทำได้ดีมากคือ Status Info ครับ มันคืออะไร? มันก็คือ สิ่งที่ผมว่ามันน่าจะมีกับ Palm ทุกรุ่นหล่ะครับ มันเหมือนกับเป็น popup ที่มีรายละเอียดหลายๆอย่างแถมเป็น shortcut เพื่อเข้าโปรแกรมอื่นด้วยครับ

   นี่ครับ สำหรับวิธีการเรียกครับ เราลองมาดูกันว่ามันทำอะไรได้บ้างครับ

   นี่แหละครับ สำหรับ clie เรียกได้ว่าเป็น popup ที่มีประโยชน์มากๆครับ จากที่ Clie ไม่สามารถดูเวลาได้ด้วยการกดปุ่ม 5-way ก็มี popup นี้มาแทนก็บอกได้ครบถ้วนจริงๆครับ แถมยังเข้าสู่ CLIE Files หรือ Data Import ได้ทันทีครับ รวมทั้งยังปรับเสียงได้ด้วยครับ โดยถ้าเป็น Palm ก็ต้องพึ่งพวก TealPrefs DA, sysNfo หล่ะครับ ถึงจะทำได้! ยกให้เป็นส่วนเติมเต็มที่ดีที่สุดเลยครับ ฮ่าๆ

to the top



การใช้งานจริง
   สำหรับการใช้งานปกตินั้นด้วย chip i.MXL 200MHz และ dynamic heap 8MB ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆครับ เปิดโปรแกรมไหน จะใหม่หรือจะเก่าก็ไม่มีปัญหา แถมผมว่ายังทำได้ดีมากๆครับ เรียกว่าเร็วเลยหล่ะครับ เรียกว่าชนะขาดครับ ใน PDA ระดับเดียวกัน แต่ในการใช้งานจริงๆนั้น Clie ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างจริงๆหล่ะครับ เป็นสิ่งที่ Clie สู้ Palm Inc. ไม่ได้ครับ เห็นชัดๆก็ write on screen ซึ่งข้อนี้ก็ทดแทนได้ด้วย graffiti anywhere หล่ะครับ แต่สำหรับ World clock มันเป็นสิ่งที่ผมว่าค่อนข้างสะดวกมากๆครับ เวลาปิดเครื่องแต่แค่อยากรู้เวลาเราก็สามารถกด 5-way ก็จะมี popup ขึ้นมาแสดงเพียงแค่วิหรือ 2 วิหน่ะครับ แต่ clie ไม่มีเลยครับ... แต่ก็พอทนได้โดยใช้ status info ครับ แต่ก็เสียเวลาเพิ่มเติมโดยต้องเปิดอะไรก็ได้ครับ แล้วก็เรียก status info ... แต่ปัญหาคือก็ปิดไม่ได้โดยง่ายหน่ะครับ ฮ่าๆ เอาเป็นว่าอันนี้ยกให้ Palm Inc. เอื้อความสะดวกดีกว่าจริงๆครับ
   ส่วนการควบคุมของ TJ27 นั้น... ด้วยความที่การวางตำแหน่งแทบจะอยู่ในแบบมาตรฐานหน่ะครับ แถมมี jog dial ด้วยทำให้การใช้งานเป็นได้ค่อนข้างสะดวกครับ คือผมว่า jog dial มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียหล่ะครับ การใช้งานทั่วไป jog dial ก็แทบจะใช้ทดแทน 5-way navigator ได้ทั้งหมดหล่ะครับ ก็มีแค่บางอย่างหล่ะครับ ที่สู้ไม่ได้ที่เห็นชัดๆก็คงเป็นที่เกมหล่ะครับ ส่วนเรื่องเปิด web หรืออ่าน ebook ผมว่า jog dial กินขาดครับ มันนิ่มนวลกว่าเยอะ ฮ่าๆ (จริงๆถ้าเค้าทำปุ่ม ขึ้น-ลง ไปด้วยเลยก็น่าจะดีนะครับ ฮ่าๆ แบบว่าโลภๆ อิอิ)

   ส่วนในเรื่องแบตเตอรี่ ในการใช้งานนั้น TJ27 ผมลองใช้ rundown ทำการเก็บค่าเหมือนเดิมครับ ผลสรุปก็ออกมาตามกราฟครับ

   ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติหล่ะครับ ไม่ได้น้อยจนน่าใจหาย แต่ก็ไม่ได้มากอะไรครับ 5 ชม. พอดิบพอดีครับ แต่ถ้าเล่นเกมนี่ก็จะลดเร็วกว่านี้พอสมควรหล่ะครับ แต่ว่าด้วยความที่ TJ27 นั้นแทบไม่รองรับในเรื่องเสียงเลยก็ทำได้ได้เปรียบ PDA ตัวอื่นเล็กน้อยหล่ะครับ เรื่องเวลาในการใช้งาน ฮ่าๆ (เค้าเรียกว่าได้เปรียบรึป่าวก็ไม่ทราบนะครับ แหะๆ)
ใช้งานกับกล้อง
   ด้วยการที่ TJ27 ออกแบบมาให้ใช้กล้องได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ การจับของมันเลยเหมือนกับ กล้อง digital เพียงแค่มันบางและใหญ่กว่าครับ เลยอาจจะทำให้จับไม่ค่อยสะดวกนักสำหรับคนมือใหญ่อย่างผมหน่ะครับ แต่ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีมากครับ สำหรับ PDA เครื่องนึงที่มีความสามารถของกล้องเพิ่มขึ้นมา ฮ่าๆ

Brightness

   เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ ว่าเพราะอะไร แต่ผมว่าเครื่องที่ใช้ chip ของ motolora มักจะปรับ brightness ได้น้อยมากครับ ความแตกต่างมันน้อยไปหน่ะครับ แม้ว่าจะใช้โปรแกรมอย่าง SysNfo หรือ AutoDimmer แล้วก็ยังไม่สามารถปรับ brightness ให้มีช่วงกว้างมากขึ้นหน่ะครับ อันนี้ผมถือว่าไม่ค่อยดีหล่ะครับ แม้เจ้า leia จะปิด backlight ได้ก็ตามครับ แต่สำหรับการใช้งานจริงๆผมว่าการปิด backlight มันใช้จริงไม่ได้ครับ เพราะมันแทบจะมองไม่เห็นหน่ะครับ ต่างกับพวก m515 ที่ยังพอมองเห็นได้แม้ปิด backlight ครับ ส่วนพวกใช้ chip Intel XScale ก็มีตัว brightness fix ที่ทำให้การปรับ brightness ทำได้ดีแล้วหน่ะครับ

to the top



บทสรุป Clie PEG-TJ27
   สำหรับเจ้า TJ27 นั้นก็อยู่ในตลาดระดับล่างของ Clie หล่ะครับ แต่ด้วยความที่ Sony เค้าทำมั้งครับ เลยยังคงความเนี๊ยบของผลิตภัณฑ์ไว้ได้แถมปัญหาในเรื่องของ hardware นี้ไม่มีจริงๆครับ เรื่องของปุ่ม power/hold ที่ดูไม่แข็งแรงนั้น เท่าที่ใช้ดูก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ อย่างไรก็เลี่ยงไปใช้ปุ่มอื่นในการเปิดก็ ok หล่ะครับ ที่ติก็น่าจะเป็น function พื้นๆหล่ะครับ ที่จริงๆน่าจะติดมากับเครื่องหน่ะครับ เช่น พวก write on screen, หรือ กด jog แล้วมีเวลาขึ้นแบบ Palm หน่ะครับ เท่านี้ผมก็ว่ามันจะสมบูรณ์มากทีเดียวครับ สิ่งที่น่าจะเป็นข้อเสียของ TJ27 จริงๆนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องเสียงหล่ะครับ ไม่ได้ว่าเรื่องไม่มี wave synthesis นะครับ แต่...ปัญหาคือมันเบามากหน่ะครับ แหะๆ สงสัยผมใช้แต่เครื่องที่เสียงดังๆมาก่อนหน่ะครับ เลยรู้สึกเรื่องนี้นิดนึง แต่โดยรวมผมค่อนข้างพอใจมากๆครับ กับ Sony Clie TJ27 เอาเป็นว่าผมให้ตัวนี้น่าใช้มากกว่า T|E ก็เพราะว่าไม่มีปัญหาเรื่อง hardware มากวนใจจริงๆครับ ^_^ ถ้าจะเลือกเครื่อง Palm มาใช้เป็น Organizer ช่วยจัดการเวลา.. เล่นเกมยามว่าง มีอะไรเล่นแก้เหงา แถมยังเก็บภาพ snapshot ได้ซะด้วย อย่าลืมทีเดียวครับ.. TJ27 เอาไปเลยครับ 4 ดาว...เต็มเลยครับ ^_^

note: เรื่อง rate ที่ผมจะให้ผมอิงถึงเป้าหมายของเครื่องนั้นๆในตลาดและประสิทธิภาพ+การใช้งานของเครื่องนะครับ ไม่ได้เกี่ยวว่าเครื่องแพงกว่า มีอะไรมากกว่า จะได้มากกว่านะครับ ฮ่าๆ ;p เพราะไม่งั้นยังไงเครื่องดีไม่ดียังไง แพงกว่าก็ต้องมีอะไรให้เล่นมากกว่าเครื่องที่ถูกกว่าแน่ๆหล่ะครับ