Sony Clie PEG-TH55 ภาคใช้ให้คุ้มค่า

จากวันประมาณเดือนเมษา-พฤษภา ก็เขียน TH55 ไปแล้วรอบนึงแล้ว เรื่องนี้ก็คิดว่าจะเขียนตั้งแต่เดือนมิ.ย. หล่ะครับ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เวลาว่างมันก็มาลงตอนนี้หล่ะครับ ฮ่าๆ กลายเป็นว่าเอาหล่ะ ถึงเวลาเขียนซักที (ทั้งๆที่จริงๆมีอีกเรื่อง แต่แยกกันดีกว่า เพราะว่าอันนู้นเป็นการเขียนเชิงติมากกว่าชมเป็นแน่ครับ) แต่เรื่องนี้จะมาเขียนทั้งวิธี ทั้งโปรแกรมที่ผมว่ามันช่วยให้ใช้งานเจ้า TH55 หรือ Atom (device ID ครับ) ได้สะดวกขึ้น (ในแบบของผมนอื่นไม่รู้หล่ะ 55)

ยังไงก็จะเป็นการเขียนที่ค่อนข้างต่อเนื่องจากตัวเก่า ตอบคำถามที่ยังคงเหลือไว้เพราะยังไม่ได้มีการใช้งานเต็มที่หล่ะครับ คราวนี้จะไม่กล่าวถึง Clie Organizer หล่ะครับ เพราะเจ้าตัวนี้มันมีทั้งดีและไม่ดีครับ เลยเก็บไว้บ่นทีเดียวครับ แต่ที่จะพูดจะเป็นการใช้เครื่องโดยรวมหล่ะครับ

เอาเป็นว่าไม่ต้องเกริ่นแล้วครับ เขียนครั้งนี้จะพยายามไม่มีน้ำ หึหึ

เล่นกับ software:

  1. บทสรุป Clie Organizer popup menu
  2. สิ่งที่ Clie หายไป.. Write on screen
  3. เติมเต็มด้วยมุมมองแบบ Landscape
  4. เพิ่มความสะดวกในความลำบากด้วย Hi-Launcher!
  5. Browser ประจำกาย Xiino
  6. สุดยอดโปรแกรมอัจฉริยะ Picsel Viewer!

ประยุกต์ใช้งานกับ hardware:

  1. เมื่อเล่นกับกล้องของ TH55
  2. ปิดท้ายด้วย accessories แนะนำ Cradle!

Clie Organizer popup menu ซึ่งก็คือเจ้าปุ่มขวาสุดนี่แหละครับ… อันนี้หลังจากใช้ได้ไม่นานครับ “เลิกครับ…“ เปลี่ยนไปเถอะครับ.. เพราะมันแทบไร้ประโยชน์ ซึ่งจริงๆผมว่าเพียงแค่มันกด New datebook, address,.. อะไรได้แบบ RakuDA ไปเลยผมว่าจะเจ๋งมากก ครับ แต่ปัญหาคือมันทำไม่ได้ต้องมีการ select text มาก่อนครับ ส่วนการส่ง mail ก็เอาเถอะครับ เข้า address แล้วไปทั้ง enable tap-to-dial/e-mail ก็ถือว่าใช้ได้เหมือนๆกันครับ ^_^ แล้วค่อยไปว่าเรื่องการใช้งานปุ่มอื่น ว่ามันออกแบบมาเหมาะแล้วจริงเหรอ? ในบทความต่อไปดีกว่าครับ ฮ่าๆ

สิ่งที่ขาดหายไปของ Clie ผมว่าน่าจะทุกรุ่นครับ คือ ฟังก์ชั่นที่ดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้หล่ะ แต่ผมติดครับ 55 คือ write on screen ครับ ด้วยการที่มีจอยาวมาก่อน Palm Inc. ผมว่า Clie อาจจะลืมไปว่า สิ่งที่ทำให้จอยาวใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจริงๆมันคือ สามารถเขียนได้โดยที่ใช้จอยาวอยู่ครับ และอีกอย่างที่เห็นชัดๆคือเวลาพลิกจอครับ จะให้เรียก graffiti area แบบแนวตั้งมันไม่ไหวจริงๆครับ เขียนไม่ได้จริงๆครับ มันไม่คุ้นสุดๆครับ ทางออกของปัญหานี้คือ graffiti anywhere ตัวที่ผมใช้คือ 1.5.7 นะครับ freeware ประสิทธิภาพดีครับ สิ่งที่ผมว่ามันดีเพราะ

• มันลดข้อเสียของการเขียนหน้าจอที่จะมีผลต่อการกด icon ต่างๆได้ครับ ด้วยฟังก์ชั่น single tap recognition คือทำให้เวลาเราต้องการจะจิ้มมันก็จะตรวจจับการจิ้มทันทีครับ ไม่ใช่ว่าต้องจิ้มแล้วค้างไว้แป๊ปนึงเพราะให้มันแน่ใจว่าเป็นการจิ้มเรียกโปรแกรมนะ ไม่ใช่เขียน graffiti ครับ

แต่ฟังก์ชั่นนี้จะทำให้การเขียนจุดเปลี่ยนไปนะครับ จากที่แค่จุดๆ กลายเป็นต้องขีดตามรูปครับ ในตัวอย่างจะเป็นการเขียนตัว i ครับ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่า การเขียนจุดเขียนได้ 2 วิธีครับ ก็เลือกเอาตามสะดวกหล่ะครับ

• มีการเปิด-ปิดได้ด้วยปุ่มครับ หรือจะเลือกเป็น tap screen corner ก็ได้ครับ อันนี้ผมว่าเป็นข้อดีครับ เพราะเจ้า clie ไม่มี statusbar แบบ Palm Inc. หล่ะครับ เพราะในบางโปรแกรมเจ้า write on screen มันเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดีหล่ะครับ แต่ผมว่าถ้าโปรแกรมนี้มันให้กดปุ่มเลือกเองว่า จะใช้ปิด-เปิดปุ่มไหนได้เองจะเจ๋งมากครับ เพราะผมว่าถ้าใช้ปุ่ม capture ได้ละก็น่าสนใจดีทีเดียวครับ เพราะว่ายังไงนิ้วโป้งเราก็อยู่แถวๆนั้นอยู่แล้วหน่ะครับ แต่เอาเถอะครับ เพราะว่าสรุปแล้วผมเลือกใช้ tap screen เอาครับ โดยเลือกมุมบนขวาครับ แล้วก็ตั้งขนาดเป็น ซัก 7 pixels ครับ ที่ผมต้องตั้งไว้ใหญ่หน่อยเพราะว่าผมชอบใช้นิ้วเขียนหน่ะครับ ลองจิ้มดูด้วยนิ้วเอาให้เปิด-ปิดสบายหล่ะครับ เท่านี้ก็ทำให้ใช้เครื่องได้สบายใจขึ้นพอสมควรหล่ะครับ

• มี activation indicator ครับ เป็นสีอะไรก็ได้เล็กๆอยู่ที่มุมล่างฝั่งซ้ายหรือขวาครับผม อันนี้ผมก็กลัวจะเกะกะสายตาเหมือนกันครับ แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าเลือกสีที่ไม่เด่นมากก็ ok หล่ะครับ แต่อย่าเนียนมากเดี๋ยวมองไม่เห็นหล่ะครับ 555

Landscape v1.22

ด้วยการที่ Palm Inc. เค้ามีพลิกหน้าจอกันแบบสะดวกสุดๆ Clie ไหนเลยจะขาด programmer ดีๆครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ.. มันไม่ได้รองรับทุกๆโปรแกรม และไม่ได้รองรับการทำงานภาษาไทยเลยครับ กล่าวคือ ผมไม่แน่ใจนักนะครับ ว่ามันเติมเต็มให้กับ TH55 ได้ดีรึป่าวครับ เพราะ

• โปรแกรมของ Clie TH55 ส่วนใหญ่ไม่ได้รองรับการทำงานแนวนอนแบบเต็มจอครับ ถึงพลิกจอได้ก็ได้แค่ 320px*320px ซึ่งผมมองว่าไม่มีประโยชน์ครับ • โปรแกรมที่พลิกหน้าจอได้อย่างเต็มที่นั้น ดีจริงครับ มองได้สะดวกจริงครับ แต่ปัญหากลับกลายมาอยู่ที่ hardware ครับเพราะอย่าง TH55 ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้แนวนอนได้โดยง่ายครับ ตำแหน่งของปุ่มทั้ง 4 และ jog-dial นั้นไม่ได้ช่วยให้ง่ายขึ้นครับ รวมทั้ง hardcover ที่ออกแบบมาได้เกะกะหากมาใช้แบบแนวนอนครับ • ถึงแม้จะพลิกจอได้ดี แต่กลับมีปัญหากับภาษาไทยครับ พวกวรรณยุกต์หรือสระที่อยู่บนและล่างตัวอักษรหายหมดครับ --‘ แต่ก็เอาเถอะครับ มีไว้ก็ไม่เสียหลายครับ เผื่อได้ใช้ แต่ที่ผมว่ามันดีที่สุดคือไว้สำหรับอ่าน ebook หรือพวก pdf หรือ repliGo หล่ะครับ ^^ ด้วยขนาดไม่ถึง 40 kB ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ใส่ไว้หล่ะครับ

Hi-Launcher!

ฮ่าๆ ที่บอกว่าเป็นตัวเพิ่มความสะดวกสบายในความลำบากนั้น มันจริงๆหล่ะครับ เว้นแต่ไม่เคยใช้ Palm จาก Palm Inc. มาก่อนมั้งครับ ก็อาจจะไม่ทราบครับ ด้วยความว่า Clie เป็นผู้ผลิตและออกแบบด้วย concept ที่แทบจะหลุด concept ของ Palm OS หล่ะครับ เลยทำให้ผมว่า Sony เค้าคำนึงถึงความสวยงามมากกว่าการใช้งานครับ ดังนั้นปลีกย่อยเล็กน้อยๆนั้นให้มาน้อยมาก อย่างเรื่องในข้อ 1 2 3 และ 5 บอกได้คำเดียวจริงๆครับ ว่าเพราะความคิดนี้ครับ เลยนำมาซึ่งสิ่งที่ต้องเปลียนแปลงหรือปรับปรุงเพื่อให้ใช้สะดวกขึ้นหน่ะครับ บางคนอาจจะมองมันเป็นจุดเล็กๆ แต่ไม่รู้ซิครับ ผมรู้สึก 555

ทำไมต้องเลือก Hi-Launcher? ผมว่าสิ่งที่ขาดไปสำหรับ TH55 ที่ต้องการ Hi-launcher มากๆคือ การควบคุมเรื่อง wifi ครับ ถ้าเป็น TC เค้าจะมี shortcut ให้ที่ command bar ซึ่งผมว่ามันไม่ได้สะดวกมากนะครับ แต่ก็ทำให้สะดวกในการใช้งานขึ้นเยอะครับ ต่างกับ TH55 ซึ่งเป็นการ auto ทุกอย่างทั้งการปิด-เปิดดูแล้วถ้าในแค่ hotspot เดียวหรืออยู่แต่ในบ้านก็ ok หล่ะครับ แต่เมื่อไหร่ที่เปลี่ยนที่เล่น wifi ละก็มันก็ต้องมีอะไรคุมบ้างหล่ะครับ ทั้งการทำงานและการตั้งค่าครับ Hi-Launcher เป็นทางออกนึงครับ เพราะว่า Hi-Launcher สามารถ switch โปรแกรมได้ค่อนข้างอิสระมากๆครับ และมันดีกว่า McPhling ตรงที่สามารถ connect และ disconnect network ที่เลือกไว้ได้เลยครับ อีกอย่างก็คือ การ hotsync ครับผมว่าสาย sync กับเจ้าตัวเล็กๆมันไม่ได้อำนวยความสะดวกซักนิดเลยครับ อย่างของ TT5 ยังมีปุ่มให้ hotsync หน่ะครับ ส่วนรุ่นอื่นเค้าก็มี cradle กันครับ เลยต้องพึ่ง Hi-Launcher นี่แหละครับ ทำให้ hotsync ได้สะดวกสบายขึ้นเยอะครับ และการเรียกของ Hi-launcher นั้นสามารถเลือก stroke ตรงไหนก็ได้ หรือจะปุ่มไหนก็ได้แล้วแต่ถนัดครับ แล้วมันก็จะขึ้น pop-up มาให้ซึ่งก็สามารถใช้ jog ควมคุมและใช้งานได้ทันทีครับ ประกอบกับแต่งเติมสีสัน บอกวัน เวลาได้อีกด้วยครับ (ผมว่ามันแปลกๆจริงครับ ทั้งๆที่มี statusbar แต่กลับไม่สามารถบอกวันได้เลยว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ จริงๆน่าจะกดที่เวลาแล้วมี pop-up หน่อยก็น่าจะดีนะครับ ผมว่า..)

Xiino v3.4.1E

อืม broweser ตัวนี้ ผมใช้ 3.4.1E อยู่นะครับ ใช้ได้ดีทั้งแนวตั้งและแนวนอนยาวครบตลอดทั้งจอครับ ซึ่งจริงๆ netfront ก็ทำได้ครับ แต่ที่ผมเลือกตัวนี้ จริงๆผมเลือกตัวนี้ใช้กับทั้ง TH55 และ TT2 หล่ะครับ ด้วยเหตุผลเดียวที่มันชนะ WebPro ที่ผมว่ามันเจ๋งมากๆมาได้ ก็เพียงเพราะว่ามันสนับสนุนการทำงานร่วมกับทั้ง 5-way และ jog-dial และปุ่ม back ได้อย่างดีมากๆครับ ยิ่งถ้าเป็น TH55 นี่บอกได้คำเดียวครับ เวลาอ่านข่าวนี่สบายครับ

  • จะเลื่อนหน้าก็ด้วย ปุ่มซ้าย-ขวา
  • จะ select ก็เลื่อน jog และกด jog
  • จะ back ปุ่ม back ก็ใช้งานได้ดี (ทั้งที่ browser อื่นกดทีกลับ Launcher เลยครับ)

เลยยอมจริงๆครับ กับ Xiino! จะเป็น Picsel browser ที่ว่าดีผมก็คงไม่ใช้หล่ะครับเพราะ Picsel browser มันดีจริงๆครับ ทำได้ดีในเรื่องการแสดงผลและความสวยงามครับ แต่กลับควบคุมได้ลำบากมากจริงๆครับ

Picsel Viewer!

กับโปรแกรมนี้.. อยู่ใน ROM นี่แหละครับ โปรแกรมนี้ทำให้ Clie ดูมีราศีขึ้นเยอะพอตัวหล่ะครับ ด้วยความสวยของมันที่เข้ากับความเป็น Clie อยู่แล้วแถมยังมีประสิทธิภาพดีจริงๆหล่ะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องลงเพิ่มคือ Picsel Accelerator ครับ จะทำให้เจ้า Picsel Viewer ทำงานได้ดีขึ้นมากครับ เห็นชัดๆกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นได้ครับ โปรแกรมนี้ที่มันไม่ธรรมดาก็ตรงที่ว่ามันเปิดได้แทบทุกอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็น__ PDF, jpg, png, gif (ถ้าเป็น gif animation ก็แสดงนะครับ), html โอ้โห..__ เปิดได้สารพัดมากๆครับ เป็น native files ทั้งหมดครับ และผมว่ามันเปิดได้เร็วมากครับ แบบว่า พวกโปรแกรมแสดงรูปอย่าง Resco Viewer ที่ว่าเร็วแล้วผมว่าไม่เร็วกว่าหน่อยก็เท่ากันหล่ะครับ สำหรับ Picsel Viewer ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

นี่ครับ menu ของเค้าที่เห็นชัดๆคือความสามารถในการหมุนจอครับ เจ้านี้ทำได้สมบูรณ์แบบอยู่แล้วครับ ไม่ต้องพึ่ง Landscape หล่ะครับ อีกตัวก็ browse เพื่อเปิด file ใน card ทั้งหมดครับ.. เพราะมันเปิดได้แทบทุก file นั้นเอง รองรับทุก directory จะเก็บไว้ยังไงก็ตามใจเลยหล่ะครับ ^_^

มาลองเปิดกันดูเลยดีกว่าครับ ผมจะลองเปิด PDF ตัวนึงนะครับ ขนาดเกือบ 3 MB จะต้องรอซัก 10 วิครับ กว่ามันจะขึ้นครับ แต่พอขึ้นแล้วก็เปิดได้ทุกหน้าแบบกดแล้วมาครับ

ทั้งแบบแนวนอนและแนวตั้งไม่มีปัญหาครับ มาดูเรื่องภาษาไทยกันครับ

ก็ยังไม่มีปัญหาเหมือนกันครับ ^_^ จะเห็นได้ว่า Palm ก็เปิด native pdf file ได้เหมือนกันแถมความเร็วที่ได้ไม่ได้ด้อยเลยครับ ไม่มีปัญหาภาษาไทยเลยครับ พวก link ทั้งหมดก็ยังใช้งานได้ครับ

ส่วนในเรื่องของ html นั้นก็เปิดใช้งานได้ดีครับ แต่กลับเป็นมีปัญหากับภาษาไทยหล่ะครับ เลยไม่ไดสามารถใช้งานภาษาไทยได้ครับ ^_^ ซึ่งก็รวมถึงพวก office ด้วยหล่ะครับ เปิดดูได้ครับ หมดจริงๆครับ.. แบบว่างงกับมันจริงๆครับ แต่ไม่รองรับภาษาไทยครับ ถ้าต้องการเรื่องภาษาไทยแนะนำให้ทำเป็น pdf ไปเลยครับ จะไม่มีปัญหาเหมือนในตัวอย่างหน่ะครับ อันนั้นเป็น powerpoint ที่แปลงเป็น pdf ครับ แต่มีข้อสังเกตนิดนึงครับ สำหรับการแปลงเป็น pdf จะทำให้เปิดช้าลงนะครับ ต่างกับเปิด powerpoint ที่ขนาด 10 MB ยังเปิดแล้วอีกอึดใจก็ขึ้นเลยครับ แต่ถ้าเป็น pdf ที่แปลงมาจะได้ประมาณ 2-3 MB แต่เปิดช้ากว่าพอสมควรครับ

ข้อดีมากๆ

  • รองรับ Native files เกือบทุก format หล่ะครับ : PDF, html, jpg, gif, png, doc, xls, ppt, txt
  • หน้าตาสวยดีครับ เข้าใจง่าย
  • รองรับการทำงานด้วยปุ่ม jog-dial ครับ

ข้อเสีย

  • ไม่รองรับภาษาไทย
  • เปิด PDF ช้าไปนิดครับ

เล่นกับกล้องของ TH55

ฮ่า ด้วยความที่ไม่เคยมี PDA ที่มีกล้องครับ ประกอบกับไม่คิดว่ามันมีประโยชน์มากครับ แต่พอเอาเข้าจริงมันก็ได้ใช้ประโยชน์จริงๆหล่ะครับ คงเพราะกล้อง TH55 มันชัดพอสมควรด้วยหล่ะครับ เลยกลายเป็นรู้สึกว่าโอ้โห เจ๋งมากครับ อย่างน้อย Palm มันก็ติดตัวเราตลอดเวลาเจออะไรก็ถ่ายเก็บๆไว้เล่นๆ ได้เลยครับ ยิ่งมีเด็กๆ ยิ่งหนุกใหญ่ ถ่ายเด็กกันสนุกเลย และที่สำคัญเรามาดูกันว่ามีอะไรเสริมให้เจ้ากล้องของ TH55 ทำอะไรได้มากขึ้นกันครับ นอกจากถ่ายภาพเจ๋งๆกันแล้ว 1. สนุกกับการถ่าย clip ด้วย Movie Recorder

หลังจากที่ TH55 ดันไม่มีโปรแกรมถ่ายวิดีโอมาให้ทั้งๆที่รุ่นก่อนหน้านี้อย่าง UX-50 และก็น่าจะอยู่ในตำแหน่ง flagship เหมือนกันก็น่าจะมีให้มาหน่อยก็ดีนะครับ เลยต้องมีความต้องการแล้วหล่ะครับ 55 มันก็เลยมีพวกมือซนที่มี UX-50 ด้วยก็เลยไปเอา__ Movie Recorder__ มาใช้กับ TH55 ดูก็กลายเป็นได้จริงๆด้วยครับ แต่ปัญหาคือ สำหรับ Movie Recorder ก็ทำได้เพียงขำ-ขำหล่ะครับเพราะว่าจะถ่ายได้เป็น clip .mqv ครับ เปิดได้กับ QuickTime ครับ จะได้ขนาดเพียง 160px*112px, 15fps ครับ แต่ที่สำคัญคือมันฟรีครับ ^^ 2. สนุกกับการใช้กล้องเป็น WebCam ด้วย Palm Webcam อันนี้ shareware หล่ะครับ แต่ผมว่ามันก็เจ๋งดีทีเดียวครับ เอาไว้เล่นผ่าน MSN ได้สบายๆหล่ะครับ ผมว่ามันก็ ok นะครับเรียกว่าชัดทีเดียวหล่ะครับ 3. ใช้เป็นกล้องวงจรปิดผ่าน wifi ด้วยโปรแกรม SpyStillCam กับ SpyCamWatcher ใน PC แล้วสามารถทำให้ TH55 เป็นกล้องวงจรปิดผ่าน wifi เลยหล่ะครับ ด้วยการที่กล้องของเจ้า TH55 ก็ชัดพอตัวอยู่แล้วหล่ะครับ ประกอบกับตัวบน PC นี่ปรับค่าได้เหมือนกับตอนถ่ายรูปปกติของ TH55 เลยหล่ะครับ เลยทำให้พอจะทำให้เป็นกล้องวงจรปิดตอนกลางวันเล่นๆได้เลยหล่ะครับ ด้วยความอึดของ TH55 อย่างน้อยก็อยู่ได้ซัก 3-4 ชม.หล่ะครับ ^^ อ้อ..เจ้า spystillcam นี่ freeware เลยนะครับ 555 ก็แนะนำหนทางที่จะทำให้ใช้ TH55 กับกล้องได้คุ้มที่สุดหล่ะครับ หลากหลายวิธีถึงจะใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แต่เราได้รู้ เราได้ลอง เมื่อไหร่ที่ต้องใช้ขึ้นมาจะได้ประยุกต์กับความจำเป็นนั้นๆได้ดีที่สุดครับ ^_^

Cradle!

อันนี้เป็นของแนะนำจริงๆครับ เนื่องด้วย TH55 นั้นเป็นเครื่อง Dual-front 55 (เลียนแบบชื่อของ K700 ครับ) ที่บอกอย่างนี้เพราะว่าการวางไว้เฉยๆกับพื้นจะคว่ำหน้าลง จะหงายหลัง มันก็ทำให้เครื่องเราเป็นรอยได้ทั้งนั้นครับ ด้านหน้าถ้าใช้ hardcover ก็กลัวเป็นรอย ด้านหลัง เดี๋ยวเจ้าปุ่มซ้าย-ขวาก็ลอกได้ครับ ดังนั้นการที่มี cradle ไว้ผมว่าเป็นการดีมากๆ แถม cradle สำหรับ TH55 ก็ใช้ได้อยู่ 2 ตัวหล่ะครับ

  • PEGA-UC55 ครับ ตัวนี้เป็น cradle ธรรมดาครับ แต่หน้าตาและขนาดนี่สวยจริงๆครับ… เล็กนิดเดียวเองครับ
  • PEGA-SPC100K ตัวนี้ไม่ใช้ cradle ธรรมดาครับ เป็น Speaker cradle ครับ เห็นครั้งแรกตกใจครับ นึกว่าหมอน 3 เหลี่ยมขนาดเล็ก ขายเป็นที่ระลึกในงาน OTOP ที่แสนจะประสบความสำเร็จ..แค่เบื้องหน้า หึหึ เจ้าตัวนี้ฟังเพลงจากตัวนี้ได้เลยครับ โดยต้องเสียบ adapter เวลาฟังด้วยนะครับ หรือจะมี line-in มาเสียบไว้เฉยๆก็ได้ครับ เป็นเหมือนลำโพงก็ได้ครับ… แต่สิ่งที่ผิดหวังกับมันก็คือ … เสียงที่ได้ครับ ถึงแม้ตัวลำโพงจะเป็น stereo นะครับ แต่เสียงทีได้นั้นไม่ได้น่าประทับใจเลยครับ ผมว่าก็แค่ได้เป็นตัวขยายเสียงให้มันดังขึ้น (ดังมากจริงๆครับ) ฟังในห้องเล่นๆหล่ะครับ

ในรูปนี้อาจจะไม่เห็นว่ามันเป็นยังไงครับ มาดูกันครับ

นี่แหละครับ ที่บอกว่ามันไม่ได้เล็กเลยครับ แต่มันก็สวยดีนะครับ มีที่เสียบ stylus ซะด้วยครับ ดูได้ใช้ประโยชน์หน่อยครับ พอเมื่อวางเจ้า TH55 ไปแล้วก็จะเห็นว่าขนาดก็ ok หล่ะครับ ^_^ แต่ว่าถ้าเทียบกับ UC55 แล้วหล่ะก็ อิอิ ต่างกันมากอยู่ครับ

อืม.. ที่แนะนำไปบางคนอาจจะไม่รู้สึกว่า cradle สำคัญนะครับ ด้วยราคาค่าตัวที่ไม่ถูกนัก (ก็พันกว่าๆ และ ประมาณ 4-5 พัน ตามลำดับ) แถมเจ้า TH55 ราคาก็ไม่ได้ถูกแต่ดันไม่ให้มาด้วยครับ เจ้าตัวเล็กก็ไม่มีปุ่ม hotsync ด้วยการออกแบบ cradle เป็นการออกแบบให้วางบนโต๊ะทำงานแล้วก็เขียน หรืออ่านได้เลยเป็นเหมือนทีวางกด hotsync ก็สะดวกหน่ะครับ charge ก็ได้หน่ะครับ ไม่รู้ซิครับ ผมว่า cradle เป็นสิ่งสำคัญของพวก PDA แฮะ เรื่องอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้หล่ะครับ เว้นแต่คนที่ใช้ Palm แล้วเป็นเครื่อง standalone ไม่ค่อยคิดจะ sync อยู่แล้วก็คงไม่เห็นความสำคัญของมันหล่ะครับ

Tip เพิ่มเติม:

  • การเรียก graffiti area, Decuma Input: เร็วๆนั้น สามารถเรียกและ switch แต่ละ silkscreen ได้ง่ายๆ ด้วยการขืดจากตรงนาฬิกาที่ statusbar เฉียงไปทางขวาบนครับ.. แล้วจะเป็นการเรียกและ switch silkscreen ทันทีครับ ลองดูครับ ตามรูปเลยครับ