คราวนี้ฉีกแนวอย่างแรง ฮ่าๆ ไม่ได้เป็นการ review อีกต่อไป คราวนี้อยู่ว่างๆไม่รู้จะทำอะไร เลยต้องหาอะไรทำกันดีกว่า หึหึ ปัญหาก็มีอยู่ว่ารถเรา... ก็มี CD player อยู่แล้วแต่ปัญหาคือ มีแต่ CD ซ้ำๆ จะ write แผ่นใหม่ก็ยังไม่ได้ซักทีได้แค่ "จะ" ทั้งปี ก็เลยเอาไงดีหล่ะ รถเราถ้าฟัง mp3 ได้คงดีเน๊อะ อย่างน้อยก็จะมีแผ่นน้อยลงหล่ะ ที่สำคัญเราจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นบ่อยๆหล่ะที่นี้ (แบบว่าไม่มี CD changer นี่นา -_-') ก็เลยปิ๊ง idea ใช้ palm เราดีกว่าเป็น mp3 player แต่...จะทำยังไงหล่ะ!?? ptunes นั่นเองช่วยเราได้ ครั้นจะใช้พวก FM transmisstor ก็นะ ฮืมๆ เคยใช้แล้วมันไม่ดีแถมของที่เค้าว่าดีก็แพงจัง ฮ่าๆ

   เลยต้องมีหาวิธีดีๆซะแล้ว ซึ่งก็คิดออกแค่ 2 วิธี วิธีแรกถ้าเป็นเครื่องเล่น tape ก็ใช้ cassette adapter ... ลงทุนเพียงแค่ 60฿ เท่านั้น ฮ่าๆ -_- แต่เราไม่มี เลยต้องใช้วิธีต่อไปนั่นก็คือ เสียบสายเข้า line-in ซะเลย ฮ่าๆ แต่ว่าเอ..เครื่องเล่นเรามันจะมีมั้ยน๊าา ถ้าเครื่องเล่นมีละก็ หึหึ ... จะไม่ต้องเสียแม้สตางค์แดงเดียวเชียวหล่ะ
มาว่ากันถึงอุปกรณ์ของเรากันดีกว่า

    1. ป่าล์ม-ป๊าล์มของเรานั้นเอง สำคัญที่สุดขอให้แค่มี stereo jack (แหะๆ เพราะเท่าที่ดูยังไม่เห็นมี mono jack นะครับ) จะได้เล่นได้แบบมีคุณภาพนิดนึง จะเป็น 2.5mm 3.5mm ก็สุดแท้แต่จะมีเพราะยังไงก็หาซื้อตัวแปลงเอาได้หล่ะครับ

    2. สาย! ฮ่าๆ เรียกไม่ถูกครับ ว่าชื่ออะไร แต่ด้านนึงต่อ palm อีกด้านต่อกับพวกเครื่องเสียงหล่ะครับ แบบว่าไปค้นกรุสมบัติเก่าเจอครับ

    3. เครื่องเจาะ - พระเอกของเราในวันนี้คือ RTX ขนาดเหมาะมือความเร็วรอบหลายระดับ เหมาะมากสำหรับงานอย่างนี้ครับ ฮ่าๆ

    4. ไฟฉาย อันนี้ไว้ช่วยในการมองในที่มืดมองไม่เห็นครับ หุหุ


    แกะ-แกะ test-test เจาะ-เจาะ
       เนื่องจากเรายังไม่รู้เลยว่าเครื่องเราจะมีมั้ย ดังนั้นมาเริ่มแกะกันก่อนเลยครับ อันนี้ก็ขึ้นกับรุ่นใครรุ่นมันหล่ะครับ จริงๆดูง่ายๆว่ามีรึป่าว แนะนำให้ลองดูที่ function ในตัวเครื่องนั่นแหละครับ ถ้ามีปุ่ม Line-in, AUX หล่ะก็ยิ้มได้เลยครับ มีแน่ๆ เราก็เริ่มกันมาถอดเลยดีกว่า
    ขั้นตอนแรก: ก็ต้องมาถอด front ออกก่อนครับ จะได้ดังรูป..แล้วส่วนมากมันจะไม่มีน๊อตยึดนะครับ มันจะใช้เหมือนเป็นเขี้ยวยึดไว้เท่านั้นเอง ซึ่งรุ่นนี้มันก็จะมีเขี้ยวตามในรูปหล่ะครับ มีแค่ 2 ที่ทางซ้ายและขวาครับ ส่วนถ้าเห็นน๊อตตรงกลางๆไม่ต้องรีบไปไขมันครับ 555 เพราะมันไม่ได้เกี่ยวเล้ยยย

       ตรงนี้ก็ต้องใช้ความพยายามนิดนึงครับ นิดนึงจริงๆ เพราะว่ามันจะเหมือนแน่นครับ แต่ว่ามันก็ไม่ได้แน่นอะไรครับ พอดึงออกมาได้ก็จะมีสายระโยงระยางตามมาด้วยครับ

    เราก็มาดูกันหล่ะ ว่าเอ..แล้วจะเสียบตรงไหนเนี่ยยย ตอนแรกก็เห็นมี jack โผล่มา 2 เส้นพอดี อุ้ยย ใช้แน่เลย ฮ๋าๆ แต่พอทดสอบ แป่ววว ไม่รู้เหมือนกันครับว่าอะไร (ก็มันไม่มีบอกนี่นา เหอๆ เพราะร้านที่ไปทำแอบห่วย ไม่ให้อะไรเลยครับ ระวังไว้ให้ดีร้านนี้ แสงชัย อะไรซักอย่างหน้าบางลำพู งามวงศ์วาน เหอๆๆ ห่วยมากกก เก็บรายละเอียดแบบทุเรศมากๆครับ ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไรดันซวยไปทำกับมัน ฮืมๆ รู้งี้ซื้อมาติดเองดีกว่ามั้งเนี่ย -__-') นั่นแหละครับ แอบบ่นหน่อย อิอิ เรามาดูกันต่อให้ละเอียดครับ

    จะพบว่า jack ที่เป็น 6 อันเรียงกันจะมีเขียนว่า Audio out front, Audio out rear และสิ่งที่เราต้องการคือ bus audio in ในที่สุดก็พบแล้วครับ เมื่อพบแล้วก็ทำการทดสอบได้เลย ... บิดกุญแจ .. เปลี่ยนไป mode AUX หลังจากนั้นก็เสียบสายแล้วทดสอบได้เลยครับ ฮ่าๆ ถ้าถูกต้องก็จะมีเสียงกระหึม เพราะพริ้ง (แหะๆ หูทองแดงครับ แค่นี้ผมก็พอใจแล้วหล่ะ มิได้ต้องการเสียงคุณภาพอย่าง ipod, MD ทั้งหลายอย่างชาวหูทองครับ ฮ่าๆ)
       หลังจากทดสอบแล้วใช้ได้ดีเราก็จะพบว่าต้องทำในขั้นตอนต่อไป
    ขั้นตอนที่ 2:
       สิ่งที่น่าจะต้องทำต่อไปก็คือ ต้องโยงสายจากหลังเจ้าตัวนี่ออกมาข้างนอกให้ได้ ก็เริ่มดูที่ทางเลยครับ จะทำยังไงกันดี

       นี่เลยครับ ที่ๆดีทีเดียว ก็เลยต้องทำการเจาะซะเลยครับ ตอนแรกก็ป๊อดอยู่ครับ เลยใช้แค่เจ้าหมุนๆๆมาเจาะ

       แต่ก็พบว่าเหนื่อยเปล่ามากๆครับ 555 มันลำบากหน่ะครับ เอาเครื่องมือมาช่วยดีกว่า RTX~!! ออกโรงครับ ถ่ายรูปไว้ไม่ได้ เพราะไม่มีใครช่วยแต่สรุปก็ได้เป็นรูโบ๋... เราทำแค่ให้พอเสียบเจ้าสายออกมาได้พอนะครับ ไม่ต้องใหญ่นัก และที่สำคัญไม่ต้องรีบครับ เดี๋ยวจะพลาดไปโดนสายข้างหลัง panel ครับ (มันก็ไม่โดนง่ายหรอกครับ แต่กันไว้ก็ดีกว่ามาแก้หล่ะ อิอิ)
       ลองเสียบดูดีกว่า กว้างพอรึยัง เย้~เย้ เรียบร้อยแล้วครับ ก่อนนี้เราก็ทำการเก็บกวาดเศษให้เรียบร้อยก่อนนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

    ขั้นตอนสุดท้าย:
       ประกอบกลับคืนนั้นเองครับ ก็เสียบสายให้ครบถ้วนแล้วก็ยัดลงที่เดิมครับ ฮ่าๆ แล้วก็ทำการทดสอบ Yo!

       แค่นี้เองครับ จะเห็นได้ว่าไม่มีอะไรเลย ใช้เวลาไม่เกิน 15-20 นาทีก็เรียบร้อยครับ (เร็วกว่ามานั่งทำ web อีก) เพียงเท่านี้เป็ดของเราตัวนี้ก็จะมีประโยชน์เพิ่มอีกอย่างแล้ว.. โดยเป็น mp3 player ในรถฟรี-ฟรีเลย ฮ่าๆ สบายครับ ส่วนถ้ากลัวแบตจะหมดก็หาสาย charge มาเสียบไว้กับที่เขี่ยบุหรี่+ตัวแปลงเป็น USB +5V ก็ได้ครับ ราคาไม่น่าจะเกิน 100฿ อยู่แล้วครับสำหรับตัวแปลง ^_^