Palm Tungsten|E: เหมาะกันจริงๆเหรอ? กับ "Best selling. Best value. Most popular with new

ฮ่าๆ Tungsten|E ตัวนี้ก็ออกมานานนมแล้วหล่ะครับ ได้ข่าวว่าก็น่าจะประมาณปี 2003 นู้นแหละครับ ครั้นจะมี review แบบธรรมดามันก็กระไรอยู่ครับ เลยต้องหา topic ที่น่าสนใจ ไม่ใช่การ review ทั่วๆไปคงจะดีกว่า อย่างว่าหล่ะครับ ก็แค่อยากจะเขียน อยากจะบ่นๆ ถึงสิ่งที่ได้เจอกับมันมากกว่าครับ
   Tungsten|E หรือ T|E ที่รู้จักกันดีนั้น ตอนแรกผมค่อนข้างตั้งความหวังกับมันมากครับ 1. เพราะว่ามันเป็นรุ่นแรกที่ใช้ชุด PIM ใหม่ (จริงๆก็มาคู่กับ T|T3 นั่นแหละครับ) ซึ่งเค้าโฆษณาว่า

"GET ORGANIZED - NEW IMPROVED PIM
Enhanced agenda view, color categories, room for even more contact information and better synchronization with MS Outlook."

มันก็คงต้องมีอะไรดีบ้างหล่ะครับ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงแรกๆที่ได้มาจับ palm แต่ดันเป็นชุด PIM เก่าครับ ด้วยความที่แอบเคือง เพราะได้อ่าน PDAMagz เล่มนึง ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นสัมภาษณ์คุณ Tara มั้งครับ เห็นเค้าว่า แบ่ง categories เป็นสีๆได้ด้วย ฮืมๆๆ ตาโต ถึงกับต้องตามหามันมาใช้ให้ได้ครับ แหะๆ เกริ่น..มายาวครับ มาเริ่มเข้าเรื่องของ T|E กันดีกว่าครับ T|E นั้นเป็นรุ่นที่ดูแล้วเป็น PDA ที่ค่อนข้างธรรมดามากครับ เพราะไม่มีอะไรที่เพิ่มเป็นพิเศษกับเค้าเลย เพียงแต่ว่ามันยังรักษาความเป็น Palm ไว้ได้อย่างครบถ้วนและที่สำคัญมันถูกเรียกว่า "Best selling. Best value. Most popular with new users." ด้วยซิ ดูในรายละเอียดกันดีกว่าครับ

web ของ Palm เค้าครับ #1 #2


Spec
   ว่ากันด้วยเรื่อง spec ก็อย่างที่บอกไปแต่แรกครับ ว่ามันเป็น Palm ที่ธรรมดาเอามากๆ (ในสมัยนี้ แต่สมัยก่อนผมว่าก็ ok นะ จริงๆสมัยนี้ก็คง ok แต่หึหึ ชาว asia รึ..จะซื้อของธรรมดาๆเช่นนี้) ก็คงเอาแค่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็พอครับ

Model Name
Tungsten E

OS
Palm OS 5.2.1

CPU
TI OMAP311 126 MHz

Memory (RAM)
32MB (User area 29,503kB)

Display
Hi-res (320px*320px, 16-bit)

Size and Weight
11.4 x 7.9 x 1.2 cm ,131g

Other
rear speaker, 3.5mm stereo headphone jack

   นี่หล่ะครับ spec ที่บอกธรรมดามากๆ มันก็ธรรมด๊า-ธรรมดาจริงๆหล่ะครับ (ถ้าจะดูอย่างละเอียดให้เข้าหน้า PalmOS device ใน section palm ครับ) แต่ก็อย่างว่าครับ spec เค้าถือเป็น palm ยุคใหม่ทีเดียวครับ เพราะว่า dynamic heap ถึง 2MB เลยหล่ะครับ ซึ่งก็พอที่จะทำให้ run ได้ทุกๆโปรแกรม หรือเกมส์ในยุคนี้ได้โดยไม่ติดขัดหล่ะครับ และสิ่งที่ T|E โดดเด่นทั้งทางที่ดีและไม่ดีนั้นผมว่าน่าจะเป็นที่ความบางและน้ำหนักของมันนี่หล่ะครับ T|E นับว่าเป็นเครื่องที่บางเกือบที่สุดของ palm เลยนะครับ เห็นก็น่าจะมีเพียง V series ส่วนรุ่นใหม่ๆก็ clie TJ series ทั้งหลายที่น่าจะพอสู้ได้หน่ะครับ ซึ่งผมว่าทำได้ดีทีเดียวครับ ส่วนน้ำหนักนี่ก็เรียกได้ว่าติด top ten palm ที่เอวบางร่างน้อยหล่ะครับ แต่ด้วยความที่ทั้งบางทั้งเบาเลยทำให้ไม่สามารถที่จะใส่อะไรเข้าไปได้หน่ะครับ (เอ..หรือไม่คิดจะใส่เลยทำให้บางน๊า ฮ่าๆ) แต่ก็อย่างว่าหล่ะครับ ลูกนอกคอกตัวแรกของ Tungsten series ขาดทั้ง slide design, vibrator เลยทำให้เป็นเหมือน series ใหม่ยังไงก็มิทราบครับ (แต่ดันมาใช้ body นี้กับ T|T5 ฮืมๆ) ส่วนเรื่องอื่นๆ จะยกยอดไปวิเคราะห์กันทีละจุดในส่วนต่อไปครับ
Design & Material
   ส่วนนี้เราจะมาดูในรายละเอียดกันชัดๆเลยครับ เพราะผมว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสียหล่ะครับ body นี้

   ในส่วนการออกแบบนั้น T|E จะออกแบบมาแบบ basic ของ palm ครับ คือไม่ได้มีอะไรพิเศษไปจาก OS5 ทั่วไป คือมีเพียง 5-way navigator เท่านั้นที่จะบ่งบอกว่าเป็น OS5 นอกนั้นก็คือปกติจาก OS4 ทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็น pure PDA ครับ การออกแบบนั้นดูแล้วน่าจะเป็นการออกแบบให้คงสไตล์เดิมจากพวกตระกูล Vx m5xx เนื่องจากเป็นทรงที่รุ่งเรืองที่สุดของ palm และจริงๆผมว่ามันเป็นแบบที่ใช้ได้สะดวกที่สุดหน่ะครับ สามารถใช้มือเดียวควบคุมได้ทุกๆปุ่ม ทำให้เวลาใช้จริงก็สะดวกทีเดียวครับ ไม่เกะกะเท่าไหร่ ประกอบกับน้ำหนักเบาแล้ว ก็ยิ่งทำให้ถือไว้ในมือได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลยหล่ะครับ

   แต่ที่จะติหน่อยผมว่าน่าจะเป็น 5-way navigator นี่แหละครับ เพราะว่าดูแล้วมันขนาดเล็กหน่ะครับ คือมันจะเล็กเมื่อเทียบกับนิ้วโป้งตามรูป และยังทำให้เป็นสันแค่เล็กๆหน่ะครับ แทบๆจะเรียบกับตัว body และยังมีช่วงระหว่างปุ่มกลางกับขึ้น-ลงน้อยหน่ะครับ ทำให้ลำบากเวลากดบ้าง ส่วนปุ่มซ้าย-ขวานั้น ok ครับ น่าจะเพราะช่องว่างระหว่างปุ่มกลางมีมากทำให้กดสะดวกขึ้นครับ

   ส่วนปุ่มมาตรฐานทั้ง 4 ออกแบบมาให้เรียบกับตัวเครื่องป้องกันการกดทับของ case หรืออย่างอื่นทำให้โอกาสที่เครื่องจะติดเองเวลาเก็บในกระเป๋ากางเกงหรือเป้น่าจะน้อยกว่า T|T T|T2 มากครับ ตอนแรกก็นึกว่าจะกดยากครับ แต่ก็ไม่มีอะไรครับ กดได้สะดวกไม่เหมือนกับ h2210 หน่ะครับ ซึ่งจะทำเป็นปุ่มลึกลงไปเหมือนกันแต่ดันลึกแถมเล็กซะด้วยครับ ผมว่ามันกดยากไปหน่อยหน่ะครับ
   อ้อ.. เกือบลืมบอกไปครับ body ของ T|E นั้นจะเป็นพลาสติกเคลือบครับ ซึ่งมันเป็นเหตุผลที่ทำให้เครื่องเบากว่าชาวบ้านเค้าหน่ะครับ แต่ปัญหาคือเครื่องมันเคลือบแบบเงา แล้วเวลามือที่มันๆหน่อยไปจับแล้วจะเป็นรอยนิ้วมือทั่วทั้งเครื่องเลยหล่ะครับ ซึ่งผมว่ามันเป็นข้อด้อยมากเลยมันจะทำให้เครื่องแววๆ ดูหมดราศีไปยังไงก็ไม่รู้ครับ น่าจะทำให้ระวังจุดนี้หน่อยหน่ะครับ และด้วยความที่เป็นพลาสติกทำให้ ตรา Tungesten|E และโลโก้ Palm นั้นจึงเป็นเพียงแค่การ screen เท่านั้น เวลาใช้ๆไปก็จะเป็นตามรูปครับ

   ซึ่งเพียงแค่ขูดๆเบาๆก็จะหลุดออกมาหมดโดยง่ายเลยครับ ผมก็เลยจัดการจนหน้าตาเป็นแบบนี้ซะเลย ดูจะเข้ากันมากกว่า ฮ๋าๆ

   มาดูกันในส่วนของด้านหลัง เนื่องจากการใช้พลาสติกเลยมีโอกาสทำให้เป็นรอยง่าย เค้าเลยทำให้มีสันเล็กๆอยู่ตรงแถวๆสกรูทั้ง 4ตัวรอบๆเครื่อง เพื่อไม่ให้แผ่นหลังอันบอบบองของ T|E เป็นรอยได้โดยง่ายครับ ซึ่งก็ได้ผลค่อนข้างดีครับ สังเกตได้ว่าจะแทบไม่มีรอยอะไรมากมายครับ แถมยังเป็นการรักษา logo Palm Powered ที่เป็นแบบปั๊มนูนให้อยู่แบบไม่มีรอยซะด้วย

   มาดูกับเพื่อเปรียบเทียบความหนากับรุ่นอื่นๆดูครับ

   เรียงจากล่างขึ้นบนนะครับ Vx, T|E, TH55, T|C, T|T2 ตามลำดับครับ ดูแล้วก็น่าจะมีเพียง Vx ที่เอาชนะได้หล่ะครับ ซึ่งถ้ามองกันในมุมข้างจะเห็นได้ชัดเจนว่า T|E นั้นจะเหมือนงอนิดๆ น่าจะเป็นเพราะว่าออกแบบให้เข้ารับกับมือเราให้มากขึ้นนั่นเองครับ
   ส่วนนี้จะเป็นการเปรียบเทียบความสว่างของจอ T|E กับเครื่องอื่นๆครับ

   จะเห็นได้ว่า T|E นั้นมีความสว่างค่อนข้างมากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับ T|C และ TH55 แต่ช่วงกว้างที่จะปรับความสว่างได้นั้นน้อยกว่า TH55 อยู่พอสมควรเลย ซึงก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้แบตของ T|E อยู่ได้ไม่นานนัก ทั้งๆที่ไม่ค่อยจะมีส่วนที่ใช้พลังงานมากอย่าง wifi หรือ Bluetooth ก็แล้วแต่
   ส่วนอีกเรื่องที่ลืมไม่ได้เลยก็คือการวางตำแหน่งของลำโพงครับ สำหรับ T|E นั้นจะวางลำโพงไว้ข้างหลังครับ โดยลำโพงจะติดกับ case ข้างหลังเลยครับ เมื่อประกอบเรียบร้อยจะทำให้หน้า contact ของลำโพงนั้นไปสัมผัสกับ contact บน board พอดีครับ ดูแล้วโหห ออกแบบซะ..กะจะไม่ให้ยักย้ายอะไรเลยใช่มั้ยเนี่ย แถมการวางลำโพงแบบนี้กลายเป็นทำให้มีปัญหาเรื่องความดังอีกด้วยหน่ะครับ (คือ เดิมๆก็เบาอยู่แล้ว แถมวางตำแหน่งซะ... เลยหมดกัน -_-')

   สำหรับ stylus ของ T|E นั้นก็กลับมาเป็นแบบเดิมๆครับ ซึ่งจะเป็นแค่เสียบและก็ไม่สามารถจิ้ม reset ด้วยปลาย stylus ได้เหมือน tungsten ตัวอื่นๆอีกแล้วครับ จะต้องหมุนๆตรงด้ามออกมาเพื่อจิ้ม reset ผมว่าวิธีนี้น่าจะเป็นการถอยหลังลงคลองซะแล้วว แต่คงเพราะต้องการใช้เจ้า T|E บาง (ลด cost ที่สุด) มั้งครับ

มาดูกันในส่วน body แบบชัดๆกันครับ

   ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยจะประทับใจเท่าไหร่หรอกครับ แต่พอลองแกะออกมาแล้ว อืม ดูแล้วเค้าก็ค่อนข้างเก็บรายละเอียดได้ดีทีเดียวหล่ะครับ ไม่มีรอยงานที่ไม่ประณีตให้เห็น... (ฮืมๆ จริงๆก็ยังมีครับ แต่ไม่ใช่ตรงนี้) มาดูกันในส่วน board ครับ

รูปซ้ายจะเป็นปุ่มกดทั้งหมดนะครับ ส่วนรูปขวามือจะเห็นตำแหน่งของปุ่ม power และ Infrared ครับ ซึ่งจะแบ่งเป็นดวงรับ 1 และส่งอีก 1 ครับ

มาดูรูปให้เห็นชัดๆเลยครับ ถึงความบางของ board และ battery บางเฉียบของ T|E ครับ บางจนหา batt เปลี่ยนลำบากทีเดียวครับ แถมยังต้องบัดกรีอีกต่างหากหน่ะครับ อะไรมันจะลดต้นทุนขนาดนั้น~

   ก็จะแบ่งเป็นส่วน back light, LCD, เชื่อมต่อกับ mainboard และ digitizer ตามลำดับหน่ะครับ ปัญหาของ T|E อีกอย่างนึงก็คือ "เสียงหน้าจอครับ" ไว้จะรวมๆสรุปในหัวข้อปัญหาทีเดียวเลยละกันครับ ฮ่าๆ ก็พอจะรูปคร่าวๆแล้วนะครับ ส่วนถ้า digitizer เพี้ยนเมื่อไหร่ ก็ต้องมาจัดการที่ตรงนี้เลยครับ ซึ่งวิธีก็ลองหาใน web คุณนพพงษครับ มีวิธีทั้งหมด ฮ๋าๆ แต่ถ้าไม่มั่นใจตัวเองส่งคุณนพพงษ์เค้าดีกว่าครับ ชัวร์กว่า ;p

มาดูมุมมองต่างๆของ T|E ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องปัญหากันครับ

ปัญหา...ที่พบได้ในรุ่นนี้
   จะเป็นปัญหาที่ผมพบในเครื่องนี้เท่านั้นนะครับ ผมไม่ทราบว่าเครื่องอื่นเป็นอย่างไรบ้าง แต่ฮืมๆ มันกวนใจผมพอสมควรครับ เรื่องต่อไปนี้

    1. ให้เลยครับ เรื่องนี้ เสียงหน้าจอครับ เรามาทดสอบกันว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่ จากรูปข้างบนจะเห็นได้ว่า มีสายทั้ง backlight และ LCD นะครับ ซึ่งตอนแรกก็คิดๆว่าน่าจะเป็นที่ Backlight แน่เลยเพราะว่าอย่างน้อยมันต้องใช้แรงดันสูงพอตัวหน่ะครับน่าจะเกิดเสียง คงคล้ายกับ corona ที่จะได้ยินเสียงแป๊ะ-แป๊ะเบาๆ เวลาเดินผ่านตามหม้อแปลงเสาไฟฟ้าหน่ะครับ (55 ใครไม่เคยสังเกตก็ลองเดินไปเดินมาเวลาเงียบๆนะครับ แถวๆหม้อแปลงที่เสาครับ จะเข้าใจครับ) เริ่มบททดสอบจะได้รู้กันว่าคืออะไร!! เริ่มจาก..ฮืมๆ ยังๆก็เดาว่า backlight หล่ะ เราก็เลยจัดการถอด backlight ออกเลยครับ

    ผลที่ได้กลายเป็นว่าแสงหายไปเลยครับ นี่แหละครับ LCD จริงแสดงได้แค่นี้ครับ แสดงได้แค่สี แต่ไม่ให้แสงครับ เลยต้องมี backlight เป็นตัวให้แสงครับ (ก็เลยต้องมี OLED ที่เห็นใน Sumsung E700 หรือ Clie VZ90 หน่ะครับ ที่จะแสดงได้ทั้งสีและแสงพร้อมๆกันหน่ะครับ แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่มากที่ต้นทุนกับสีที่แสดงได้ครับ) แต่ว่า -_-' ยังมีเสียงอยู่ ง่า.... เลยต้องลองใหม่เสียบ backlight ใหม่แล้วถอด LCD แทนครับ

    คราวนี้ก็จะมีแค่แสงหน่ะครับ แต่ปัญหาคือ.. เสียงหายไป..วู้~~ จะพลิกท่าไหนก็ไม่มีเสียง.. สรุปว่า เหอ-เหอ เป็นที่ LCD เองครับ ไม่ได้เกิดจากใครเลย ถามคุณนพพงษ์ เลยได้คำตอบว่าแก้ไม่ได้ หึหึ เพราะมันประกอบห่วยแต่แรก ง่าา... หมดกัน สงสัยคงต้องรอให้ digitizer เสีย แล้วเอาแบบกระจกมาปิดเสียงแทนละมั้งครับ (แหะๆ จะได้ทำเหรอนั่น หามือสองดีกว่ามั้ยเนี่ย) ปัญหานี้เลย แก้ไม่ได้ครับ ต้องทำใจอย่างเดียว -_-'
    2. DC power jack - อันนี้ต้องดูตามรูปครับ

    จะสังเกตได้ว่ามันจะเสียบได้ไม่สุดหน่ะครับ ซึ่งแบบว่า เหอ-เหอ ถ้าไม่ดูให้ดีมันจะไม่ได้ charge เอาหน่ะครับ ผมถือว่าเป็นการออกแบบที่ไม่ดีหล่ะครับอันนี้ (จริงๆใช้ universal connector ไปก็หมดเรื่อง)
    3. ปุ่ม power ครับ ผมว่าด้วยการออกแบบฝาปิดข้างบนของตัวเครื่องมันทำให้ปุ่ม power ไม่ค่อยจะพอดีนักหน่ะครับ ทำให้มันจะจมไปพอสมควรครับ ทำให้เวลาใช้ปุ่ม power อย่างตอน hard reset นี่จิ้มไม่สุดซักทีหน่ะครับ เฮ้อ..ทำดีๆหน่อยก็ไม่ได้


       นี่แหละครับ สรุปข้อเสียที่มาจากการออกแบบ hardware โดยตรงมันได้อยู่ 3 อย่างนี้หล่ะครับ จริงๆ ถ้ามี T|E โดยที่ไม่มีข้อ 1 จะดีมากครับ อิอิ ต่อไปเราจบเรื่องนี้ไปดูในส่วน software กันดีกว่าครับ
    All about built-in Software
       ก็ด้วยความที่เป็น PDA เต็มตัวขนาดนี้ยังไงก็มีโปรแกรมครบถ้วนแน่นอนกับเครื่องที่ได้ชื่อว่า Palm แน่นอนครับ ที่อยู่ใน ROM ก็มี
      • Calendar
      • Contact
      • Task
      • Memos
      • Notepad
      • Expense
      • Calc
      • World Clock
      • Hotsync
      • QuickTour, Card info

       ด้วยความที่ถือว่ารุ่นนี้มันออกชุด PIM ใหม่มา (ถึงจะนานแล้วก็เถอะ) จะสรุปความแตกต่างของชุด PIM ให้ละกันนะครับ
    สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากชุด PIM เก่า: (เอาของ T|E พอนะครับ เพราะตอนนี้มันเพิ่มขึ้นบ้างบางส่วนในเครื่องรุ่นใหม่กว่านี้หน่ะครับ)
    1. Category ที่มีสีสันของ Calendar ครับ

    2. รองรับ memos ได้ถึง 32kB จากเดิมที่ได้เพียงแค่ 4kB ครับ รวมถึง note ในโปรแกรมอื่นๆด้วยนะครับ
    3. เพิ่ม field "Birthday" ใน contact และแสดงให้เห็นในหน้า calendar

    4. เพิ่ม custom fields ใน contact จะ 4 เป็น 9 custom fields

    5. เพิ่ม resolution ของ notepad ครับ
    ส่วนสิ่งที่หายไปก็มีครับ: นั่นก็คือ การ drag-and-drop event ในหน้า week view ครับ สามารถจิ้มแล้วลากได้เลยหน่ะครับ ผมว่ามันเจ๋งมากๆเลยครับ เพียงแค่น้อยคนนักที่จะใช้มันหน่ะครับ


    บทสรุป Palm Tungsten|E กับ "Best selling. Best value. Most popular with new users."
       สำหรับ Tungsten|E นั้นซึ่งถ้าจะคิดว่า E น่าจะคือ Economy นั้นก็คงไม่ผิดนักหน่ะครับ กับราคาค่าตัวที่ 199$ หรือประมาณเกือบๆ 8,000฿ ไทยในช่วงแรกของการวางตลาดนั้นถือว่าเป็น palm ที่มีราคาประหยัด เน้นราคาต่อประสิทธิภาพ และด้วยประสิทธิภาพของตัวเครื่องจริงๆนั้นคงต้องยอมรับว่าเป็นเครื่องที่ดีตัวหนึ่งทีเดียว สำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นในเรื่องของ wireless connectivity ต้องการเพียงแค่ organizer ดีๆซักตัวช่วยจัดการกับชีวิตตัวเอง ผมว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว ยิ่งตอนนี้ราคามือสองน่าจะแค่ประมาณ 3,500฿ บวกลบนิดหน่อยเท่านั้นทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะสามารถทำได้เกือบทุกอย่างแม้กระทั่งฟัง mp3 ได้อย่างไม่มีสะดุด เท่านี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำใหเป็นเครื่องที่ขายได้ยอดสูงที่สุดของ PDA ในช่วงนั้น และด้วยราคานี่ก็ยิ่งเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ที่ยังต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่แต่ยังไม่ต้องการลงทุนสูงนัก แต่ผมยังไม่ค่อยพอใจนักในเรื่องของคุณภาพของ hardware ซึ่งน่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดการพลังงาน โดยการใช้งานปกติก็จะอยู่ได้ประมาณ 2 วันหน่ะครับ ซึ่งจริงๆน่าจะจัดการได้ดีกว่านี้ เพราะ T|E นั้นไม่น่าจะเป็นเครื่องที่ต้องการพลังงานเยอะอะไร และยังมีปัญหาในเรื่อง hardware บางส่วนดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง

       ที่ให้เพียงแค่ 3 ดาวนิดๆ เพราะเรื่องจัดการพลังงานและปัญหาทาง hardware ที่ยังคอบรบกวนอยู่บ้างนั่นเอง! ทั้งๆที่กล่าวได้ว่า T|E เป็นเครื่องที่วางตลาดได้เหมาะสมจริงๆ และผมว่าก็เหมาะสมแล้วหล่ะครับ ที่ได้ "Best selling. Best value. Most popular with new users." ไป